
ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลข้อมูลได้กลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงสุดและเป็นเป้าหมายการโจมตีมากที่สุดไปด้วย จากข้อมูลของ Cybersecurity Ventures บริษัทวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ชั้นนำระดับโลก คาดว่าภายในปี 2568 อาชญากรรมทางไซเบอร์ทั่วโลกจะก่อให้เกิดมูลค่าความเสียหายสูงถึง 10.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และภายในปี 2031 ธุรกิจจะตกเป็นเหยื่อการโจมตีของ Ransomware ในทุก ๆ 2 วินาที โดยเป็นการโจมตีที่ซับซ้อนและมีการพุ่งเป้าหมายไปที่ Backup Data มากขึ้น

HPE Cohesity นำเสนอโซลูชันการจัดการข้อมูลที่ครอบคลุมด้วยแนวทาง Multi-Layered เพื่อปกป้อง Backup Data ขององค์กรจาก Ransomware โดยจะทำหน้าที่ตรวจจับและกู้คืนข้อมูลจากการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว และด้วยสถาปัตยกรรม Immutable ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Cohesity ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลสำรองขององค์กรจะไม่ถูกเข้ารหัส แก้ไข หรือถูกลบอย่างแน่นอน
นอกจากนั้นการใช้ Machine Learning จะช่วยให้มองเห็นและเฝ้าติดตามความผิดปกติของข้อมูลได้ และแม้จะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายใดๆ ขึ้นก็ตาม Cohesity จะช่วยค้นหาสำเนาข้อมูลทั้งหมดจากทั่วโลก รวมถึงบน Public Cloud เพื่อกู้คืนข้อมูลและช่วยลดการ Downtime ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Cohesity จึงตอบโต้การโจมตีของ Ransomware ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้องค์กรสามารถหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อค่าไถ่ได้นั่นเอง

กระบวนการที่ Cohesity ใช้ในการรับมือ Ransomware ประกอบด้วย 3 กระบวนการหลัก คือ
ทั้งนี้ กระบวนการที่โดดเด่นและเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะเพียงหนึ่งเดียวของ Cohesity ที่สร้างความแตกต่างและไม่เป็นรองใครในตลาด นั่นก็คือ กระบวนการ Detect
ไม่ว่าอาชญากรไซเบอร์จะพัฒนารูปแบบและแนวทางการบุกรุกให้แข็งแกร่งขึ้นเพียงใด แต่ Cohesity มาพร้อมคุณสมบัติที่เหนือกว่าเพื่อให้องค์กรสามารถตรวจจับการบุกรุกได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วยโซลูชันการจัดการ SaaS ระดับโลก ซึ่งผู้ใช้ Cohesity สามารถดู จัดการ และดำเนินการอย่างรวดเร็วกับข้อมูล รวมถึงแอปพลิเคชันทุกอย่างได้จากแดชบอร์ดเดียว
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการต่อสู้กับ ransomware ของ Cohesity คือ Helios ที่มี machine learning (ML) คอยทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่มนุษย์อาจมองข้ามไป โดย Helios จะสแกนหาอัตราการนำเข้า/การเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ผิดปกติโดยอัตโนมัติ รวมถึงมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หากตรวจพบความผิดปกติ แพลตฟอร์มจะส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลระบบและทีมซัพพอร์ตของ Cohesity ทันทีเพื่อเร่งดำเนินการแก้ไข
นอกจากนั้น Cohesity ยังมีคุณสมบัติในการตรวจจับและแจ้งเตือนความผิดปกติในระดับไฟล์ ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์ความถี่ของการเข้าถึงไฟล์ จำนวนไฟล์ที่ถูกแก้ไข เพิ่มหรือลบโดยผู้ใช้เฉพาะรายหรือแอปพลิเคชัน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าหากเกิดการโจมตีจาก ransomware จะสามารถตรวจพบและดำเนินการได้อย่างทันท่วงที

Cohesity จึงเป็นโซลูชันแอนตี้แรนซัมแวร์ที่มอบความครอบคลุมทั้งการปกป้อง ตรวจจับ และที่สำคัญที่สุดคือสามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างฉับไว ทำให้องค์กรต่าง ๆ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยและไร้กังวล
ขอรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน HPE COHESITY ได้ที่บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด
ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชันของ HPE COHESITY อีเมล
หรือรับชมข้อมูลเกี่ยวกับโซลูชัน HPE COHESITY ในรูปแบบวิดีโอ ได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=J8X58wvCdUU

Lightroom on Win/Mac
เปรียบเทียบขณะแก้ไข เข้าถึงฟังก์ชั่นการแก้ไขทั้งหมดขณะที่อยู่ในโหมดเปรียบเทียบ (Compare) เพื่อช่วยให้การแก้ไขภาพแบบเทียบภาพ before & after พร้อมกันได้อย่างง่ายดาย
ทำการ Adjust อย่างง่ายดายขณะเปรียบเทียบภาพใน Lightroom
อัปเดตด้านประสิทธิภาพสามารถโหลดภาพได้เร็วขึ้นเมื่อเปลี่ยนจากภาพหนึ่งไปยังภาพถัดไป และใช้เวลาน้อยลงในการส่งออกภาพโดยอาศัยความเร็วของ GPU
Lightroom Classic
สลับพาแนลซ้าย–ขวาบนหน้าจอ ปรับแต่งพื้นที่ทำงานของ Lightroom Classic ให้เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ ด้วยความสามารถใหม่ในการสลับพาแนลด้านซ้ายและขวาบนหน้าจอสำหรับโมดูลทั้งหมด หรือสำหรับ Develop เท่านั้น
การสลับแผงบนหน้าจอสำหรับ Develop ใน Lightroom Classic
นำเข้าภาพจากอุปกรณ์พกพาได้เร็วขึ้น (Windows)
โหลดภาพตัวอย่างและนำเข้าภาพได้เร็วขึ้นบนคอมพิวเตอร์ Windows จากอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ฯลฯ
Adobe Camera Raw Masking Curves
ปรับแต่งโทนได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยการปรับเปลี่ยนเส้นโค้ง (Curves) สำหรับ selections ของผู้ใช้ ฟีเจอร์นี้พร้อมใช้งานแล้วใน Camera Raw และ Lightroom ในอนาคต ก่อน/หลังการปรับเปลี่ยนเส้นโค้ง
รองรับการแสดงผลแบบ HDR (Tech Preview)
ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากไฮไลต์ในภาพถ่ายของคุณด้วย HDR support ใหม่ การเปิดใช้งาน HDR จะช่วยให้สามารถแสดงผลและแก้ไขไฮไลต์ของคุณได้อย่างละเอียดมากขึ้นบนจอแสดงผลที่รองรับ HDR ฟีเจอร์นี้พร้อมใช้งานในรูปแบบของ Tech Preview ใน Adobe Camera Raw
ดูส่วนไฮไลต์ที่ขยายเพิ่มเติมในฮิสโตแกรม ด้วยการสนับสนุน HDR ใน Camera Raw
Lightroom on Web
การตัดต่อวิดีโอ ส่วน edit controls ที่ใช้สำหรับภาพถ่ายสามารถใช้กับวิดีโอได้แล้ว โดยพร้อมใช้งานสำหรับ Lightroom on Web ได้ทุกที่ทุกเวลา
แถบ Amount Slider ของ Preset
ปรับความเข้มของค่า Preset ตามที่ต้องการ เพื่อให้แต่ละภาพที่ได้สมบูรณ์แบบที่สุด

หลายคนคงเป็นกังวลว่า ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไปแล้วจะล้างทำความสะอาดยังไง ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะคะ วันนี้เรามีวิธีล้างที่ถูกต้องมาฝากกัน จะเป็นอย่างไรนั้นตามไปดูกันเลย
เป็นเจ้าของได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
สมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายได้ที่ https://dealerapplication.vstecs.co.th
วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ผู้นำด้านสินค้าโซลูชันไอที จัดจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
สนใจสั่งซื้อสินค้าติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ติดต่อได้ที่
Adobe อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ใน Lightroom ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้เวิร์กโฟลว์ Masking รวมถึงการลบองค์ประกอบที่ไม่ต้องการออกจากภาพถ่าย และใช้ค่าพรีเซ็ต (Preset) พร้อมด้วย AI Mask บนอุปกรณ์มือถือ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดเวลาและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการทำงาน
ก้าวล้ำมากขึ้นด้วย Masking ที่ขับเคลื่อนด้วย AI : Select People, Select Objects, Select Background
เมื่อเดือนตุลาคม 2564 เราได้เปิดตัวเครื่องมือปรับแต่งการเลือก Select Sky และ Select Subject และวันนี้เราได้เพิ่มความสามารถให้กับ AI Masking ใน Lightroom ด้วยฟีเจอร์ใหม่ นั่นคือ Select People, Select Objects และ Select Background แบบคลิกเดียว
การแก้ไขและรีทัชภาพถ่ายบุคคลสามารถทำได้ง่ายขึ้นกว่าเก่าด้วยฟีเจอร์ Select People ซึ่งขับเคลื่อนด้วย Adobe Sensei (เทคโนโลยี AI และ Machine Learning ของเรา) โดย Select People จะสามารถ detect และ mask บุคคลหรือกลุ่มบุคคลในภาพถ่ายได้อย่างแม่นยำ และยังสามารถเลือกส่วนที่เฉพาะเจาะจงของร่างกาย เช่น ผิวหน้า ผิวกาย ดวงตา ฟัน ริมฝีปาก เส้นผม และอื่นๆ ได้เช่นกัน อินเทอร์เฟซที่ขยายเพิ่มเติมสำหรับ Select People จะช่วยให้ผู้ใช้สร้าง selections ที่จำเป็นทั้งหมดด้วยการคลิกไม่กี่ครั้งและ brush strokes

เมื่อเดือนมิถุนายน 2565 Adobe ได้เปิดตัวพรีเซ็ตชุดใหม่บนเดสก์ท็อปที่ช่วยให้ผู้ใช้ใช้ประโยชน์จาก AI Masking ได้ง่าย ๆ ภายในคลิกเดียว และวันนี้ Adobe นำเสนอพรีเซ็ตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ดังกล่าวสำหรับภาพถ่ายบุคคล โดยสามารถใช้ได้ทั้งบนเวอร์ชันเดสก์ท็อปและมือถือ ตอนนี้ผู้ใช้สามารถใช้ Adaptive Presets ดังกล่าวเพื่อปรับปรุงภาพถ่ายบุคคลทั้งภาพ หรือเจาะจงเฉพาะคุณลักษณะบางอย่าง โดยใช้ค่าพรีเซ็ตต่าง ๆ เช่น Enhance Eyes, Whiten Teeth, Darken Eyebrows และอื่น ๆ ด้วยการคลิกเมาส์หรือแตะหน้าจอเพียงครั้งเดียว

การแก้ไขหรือการลบจุดบกพร่องต่าง ๆ สามารถทำได้ง่ายขึ้นใน Lightroom โดยใช้ฟีเจอร์ Content-Aware Remove ที่เพิ่มเข้ามา การใช้เทคโนโลยี Content-Aware แบบเดียวกันกับ Photoshop ทำให้ Lightroom สามารถลบภาพริ้วรอยต่าง ๆ ได้โดยอ้างอิงจากเนื้อหาโดยรอบ ฟีเจอร์นี้ยังประกอบด้วยตัวเลือก Refresh และความสามารถในการเลือกพื้นที่ตัวอย่างด้วยแป้นพิมพ์ เพื่อการแก้ไขที่ละเอียดมากขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม
บริษัทมีการใช้คุกกี้บนเว็ปไซต์ของบริษัทในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็ปไซต์และตรงตามความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้