Adobe connect ทำให้วิดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ อีเลิร์นนิ่ง และสัมมนาออนไลน์เป็นเรื่องง่าย
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า แม้ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน สถานศึกษาและองค์กรธุรกิจก็ยังคงดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างพร้อมสรรพ ทั้งยังมองหาหนทางใหม่ๆ ในการเปิดการเรียนการสอนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักเรียนนักศึกษาหาความรู้ได้ต่อเนื่อง
Adobe Connect โซลูชันสำหรับการประชุมทางเว็บ อีเลิร์นนิ่ง และสัมมนาออนไลน์ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงได้ ไม่ต้องลงทะเบียนผู้ใช้ สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมกับโซนการใช้งานของลูกค้าจากโมดูลทุกชนิด เพียงมีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของโลกก็สามารถเริ่มใช้งานได้ ข้อดีคือไม่มีข้อจำกัดทั้งสถานที่และเวลา สามารถแชร์ข้อมูลด้านมัลติมีเดียได้ทั้งพีซีและมือถือได้อย่างสะดวกสบาย มีความยืดหยุ่นต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก
สอบถามรายละเอียดได้ที่ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) อีเมล :
F5 Networks Application Security Solution ครอบคลุมการรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันแอปพลิเคชันได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยจะเห็นได้ว่ากลยุทธ์ทางการตลาดของหลายๆ องค์กรมีการนำแอปพลิเคชันเข้ามาตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปอย่างเติบโตอย่างรวดเร็ว จะเห็นได้ว่าแอปพลิเคชันได้มีความสำคัญ ซึ่งทำให้กลายเป็นเป้าหมายในการโจมตีของผู้ไม่ประสงค์ดี เช่นการถูกโจรกรรมข้อมูลผ่านแอปพลิเคชั่นที่ให้บริการ หรือการโจมตีเพื่อทำให้แอปพลิเคชันไม่สามารถให้บริการได้
โดย F5 Networks Application Security Solution สามารถตอบโจทย์ ดังนี้
1. WAF and Reverse proxy ความสามารถในการป้องกันการโจมตีแอปพลิเคชันรูปแบบต่างๆ เสริมด้วย OWASP top 10 ยกตัวอย่างเช่น Cross Site Scripting, Injection attacks อีกทั้งสามารถป้องกันการโจมตี layer 7 DDOS
2. BOT Protection ด้วยความสามารถในการตรวจสอบและระบุพฤติกรรมการเข้าใช้งาน แยกการใช้งานปกติออกจาก Bot อีกทั้งสามารถกำหนดการตอบสนองต่อรูปแบบพฤติกรรมการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น สามารถกำหนดให้แจ้งเตือนถ้าเป็น Bot ที่เข้ามาดึงข้อมูลผ่าน 3rd party หรือทำการส่ง CAPTCHA challenge ไปยังผู้ใช้งาน
3. API Security ด้วยความสามารถในการป้องกันแอปพลิเคชันจากการโจมตีผ่าน API โดยการตรวจสอบโปรเซสในการเรียกใช้งาน อีกทั้งสามารถป้องกัน XML, JSON และ API gateway ผ่านการทำ rate limit และ behavioral analysis
4. Web Access control เพิ่มความสามารถในการยืนยันตัวตน เพื่อตรวจสอบสิทธิในการเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน
5. Identity Federation and SSO สามารถลดขั้นตอนในการยืนยันตัวตนระหว่างแอปพลิเคชั่นภายในดาต้าเซ็นเตอร์ กับแอปพลิเคชันที่ใช้งานบนคลาวด์ โดยยืนยันตัวตนผ่านอุปกรณ์ F5 Networks เพียงครั้งเดียว
จากข้อความข้างต้น จะเห็นได้ว่า F5 Networks มีโซลูชั่นที่ครอบคลุมการรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบได้เป็นอย่างดี
สอบถามข้อมูลผลิตภัณเพิ่มเติมได้ที่บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โทร. +66 2032 9999 อีเมล :
Kaspersky Sandbox
Kaspersky Lab ได้พัฒนา Sandbox เทคโนโลยีขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ในโครงสร้างพื้นฐานของ Sandbox เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์มัลแวร์ การวิจัยและการสร้างฐานข้อมูลไวรัส Sandbox ยังเป็นส่วนหนึ่งของ Kaspersky Anti-Targeted Attack Platform (KATA) และแพลตฟอร์ม Kaspersky Lab Threat Intelligence ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ ตรวจจับไฟล์และ URL ว่าเป็นอันตรายหรือเป็นภัย และให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่เป็นประโยชน์สำหรับการสร้าง Detection rules และ Algorithms
ปัจจุบันองค์กรและธุรกิจ ต้องต่อสู้กับไวรัสที่เพิ่มขึ้นและความซับซ้อนของภัยคุกคามสมัยใหม่ ที่ผ่านการป้องกันไวรัสและโซลูชั่นระดับ Endpoint Protection Platform (EPP) ที่มีอยู่ เช่น Malware, Ransomware, Zero-day และอื่น ๆที่ไม่รู้จัก ในเวลาเดียวกันหลายๆองค์กรก็มีปัญหาด้านการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้าน Cyber Security การจ้างงานผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ต้องการอย่างมากและมีค่าใช้จ่ายสูง บริษัท ต่าง ๆ จึงหันมามองหา Solutions ในการตรวจจับและตอบโต้ภัยคุกคามขั้นสูง Kaspersky Sandbox จึงใช้ประโยชน์จากแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของเราในการต่อสู้กับภัยคุกคามที่ซับซ้อนรวมถึงการโจมตีระดับ APT และป้องกันภัยคุกคามขั้นสูงอัตโนมัติโดยไม่จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้าน Cyber Security เพื่อตรวจสอบ

ส่วนสำคัญของ Kaspersky Endpoint Security สำหรับธุรกิจประเภทองค์กร ที่จะบล็อกภัยคุกคามขั้นสูงที่ไม่รู้จัก ซับซ้อนและการโจมตีระดับ APT
เหมาะสำหรับองค์กรประเภทไหน
- ต้องการป้องกันภัยคุกคามขั้นสูงโดยการจัดการอัตโนมัติ ตั้งค่าผ่านศูนย์การการป้องกันไวรัส Kaspersky Security Center (KSC)
- ง่ายต่อการติดตั้ง ใช้งาน และทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทได้อย่างราบรื่นแม้ไม่มีบุคลากรด้านไอทีที่เพียบพร้อม
- ประหยัดทรัพยากรในขั้นตอนต้องการตรวจสอบการทำงานของไวรัส ถึงที่มาและที่ไป
- ต้องการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับภัยคุกคามไซเบอร์ที่ไม่รู้จัก Malware, Ransomware, Zero-day ที่หลบเลี่ยงไม่ได้
ขั้นตอนการทำงาน Sandbox
เมื่อตรวจพบภัยคุกคามขั้นสูงแล้วจะทำการส่งไฟล์ที่น่าสงสัยไปยัง Sandbox และ Sandbox จะดำเนินการตรวจสอบไฟล์โดยการสแกนไฟล์และดำเนินการในเครื่องเสมือนที่ติดตั้งเครื่องมือที่เลียนแบบสภาพแวดล้อมการทำงานทั่วไป (ระบบปฏิบัติการ/แอพพลิเคชั่นที่ติดตั้ง) เพื่อตรวจจับวัตถุประสงค์ร้ายของไฟล์ ทำการวิเคราะห์พฤติกรรมดำเนินและเก็บกระบวนการทำงาน หากไฟล์มีการกระทำที่เป็นภัย Sandbox จะจำเป็นมัลแวร์ ในระหว่างการวิเคราะห์ Sandbox จะตัดสินและกำหนดค่าให้กับไฟล์ เมื่อกระบวนการจำลองไฟล์เสร็จสมบูรณ์ ผลที่ได้จะถูกส่งแบบเรียลไทม์ไปยัง Center เพื่อช่วยให้โฮสต์อื่น ๆ ที่มี Kaspersky ติดตั้ง Endpoint Security for Business รับข้อมูลเดียวกัน เครื่องจะไม่สแกนและไม่ต้องวิเคราะห์ไฟล์เดียวกันอีกครั้ง วิธีการนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าการประมวลผลของไฟล์ที่น่าสงสัยนั้นประหยัดเวลาและรวดเร็วลดการทำงานของเซิร์ฟเวอร์เพิ่มประสิทธิภาพของการตอบสนองต่อภัยคุกคามให้ดียิ่งขึ้น
การควบคุมคำสั่ง
- ลบและกักกัน Kaspersky Sandbox
- แจ้งเตือนผู้ใช้
- เริ่มสแกนพื้นที่สำคัญ
- ค้นหาวัตถุที่ตรวจพบในเครื่องอื่น ๆ ภายในเครือข่ายที่มีการจัดการ
องค์ประกอบและการทำงานร่วมกับการรับส่งข้อมูล
Kaspersky Sandbox จัดทำขึ้นเป็น ISO อิมเมจพร้อมระบบ CentOS 7 ที่กำหนดค่าล่วงหน้าและส่วนประกอบของโซลูชั่นที่จำเป็น และง่ายต่อการตั้งค่าปรับใช้บนเซิร์ฟเวอร์จริงหรือบนเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้บน VMware ESXi
รองรับระบบ SIEM และสามารถรับข้อมูลจากการตรวจจับของ Kaspersky Sandbox ข้อมูลนี้จะถูกส่งผ่านทาง Kaspersky Security Center (KSC)
API ถูกใช้งานใน Kaspersky Sandbox สำหรับการทำงานร่วมกับผู้อื่น โซลูชันช่วยให้สามารถส่งไฟล์ไปยัง Kaspersky Sandbox สำหรับสแกนและจัดการไฟล์
รองรับการกำหนดค่าตั้งแต่ 250 ถึง 5,000 จุด ให้การป้องกันอย่างต่อเนื่องสำหรับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
ผู้สนใจในผลิตภัณฑ์ของ Kaspersky สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โทร. +66 2032 9999 อีเมล
เนื่องด้วยปัจจุบันองค์กรมีการใช้งานทราฟฟิคอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเป็นอันมาก ตลอดจนภัยคุกคามบนอินเตอร์เน็ตนั้นมีจำนวนและความซับซ้อนเพิ่มมากยิ่งขึ้น ทำให้ทางองค์กรนั้นมีความจำเป็นในการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการโจมตีต่างๆ ผ่านการเรียกใช้งานเว็บไซต์ ตลอดจนมัลแวร์ที่มุ่งเป้าโจมตี โดย F5 Secure Web Gateway นั้นสามารถเข้ามาตอบโจทย์องค์กร ด้วยความสามารถในการจำแนกและระบุประเภทของเว็บไซต์ที่เข้าใช้งาน (URL categorization) การป้องกันการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย (URL filtering) การอัพเดตฐานข้อมูลความปลอดภัยแบบ การตรวจหามัลแวร์ (Malware scanning) การกำหนดแบนด์วิธการใช้งานตามพฤติกรรมการใช้งาน (Bandwidth control) และการออกรายงานการใช้งาน (Reporting) เพื่อป้องกันผู้ใช้จากภัยคุกคามบนอินเตอร์เน็ต และช่วยให้องค์กรสามารถกำหนดนโยบายเพื่อควบคุมการใช้งานอินเตอร์เน็ต รวมทั้งการตรวจสอบ รายงาน แนวโน้มการใช้งานของผู้ใช้งานในองค์กรได้อีกเช่นกัน
สำหรับรูปแบบการใช้งานสามารถติดตั้งให้เหมาะสมกับกับสภาพแวดล้อมของลูกค้าได้ดังนี้
1. transparent proxy
การใช้งานรูปแบบนี้ ฝั่งผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตจะไม่ทราบว่ามี proxy อยู่ในระบบ ในส่วนของผู้ดูแลไม่ต้องยุ่งยากในการตั้งค่าใช้งานในส่วนของผู้ใช้งาน แต่มีความยุ่งยากในขั้นตอนการติดตั้งอุปกรณ์ โดยสามารถวางได้ทั้งแบบ inline หรือใช้งาน router ที่มีความสามารถ WCCP หรือ PBR เพื่อส่ง traffic ให้อุปกรณ์ proxy
2.explicit proxy
ในส่วนของ explicit proxy จะแตกต่างกับ transparent proxy ตรงที่ต้องมีการกำหนดตั้งค่าเพื่อเรียกใช้งานผ่าน proxy โดยสามารถตั้งค่าได้หลายวิธีเช่น การตั้งค่าแบบ manual การใช้งาน proxy script และ WPAD

F5 Secure web gateway มีจุดเด่นหลักๆที่แตกต่างกับ forward-proxy ทั่วไปดังนี้
1. Integrated malware detection.
โซลูชั่น Secure Web Gateway ของทาง F5 รวมความสามารถในการตรวจจับ malware มาในแพลตฟอร์มเดียว ในขณะที่โซลูชัน forward-proxy และ URL filtering โดยทั่วไปต้องมีการเพิ่มอุปกรณ์เพื่อให้มีความสามารถนี้
2. Scale and performance.
ด้วยความสามารถในการจัดการซึ่งมีความยืดหยุน และประสิทธิภาพสูงกว่า forward-proxy ทั่วไป
ทำให้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์จำนวนมากเพื่อมาจัดการความปลอดภัย ทำให้สามารถลดต้นทุนของทางองค์กร
3. SSL interception.
จากการใช้งาน SSL ที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ทุกองค์กรต้องการความสามารถในการสกัดกั้นและตรวจสอบ SSL connection อีกทั้งโซลูชั่นโดยทั่วไปมักจะใช้งาน F5 Application Delivery Controller เพื่อมาทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว การรวมความสามารถนี้เข้ากับ Secure web gateway ทำให้ได้รับความคุ้มค่าที่มากขึ้น
4. Federated single sign-on.
F5 เป็นเจ้าเดียวที่มีความสามารถ federated single sign-on ด้วยเทคโนโลยีนี้ช่วยให้ทางองค์กรสามาถสร้างหน้า captive portal สำหรับยืนยันตัวตน แล้วใช้งานฟังก์ชั่น SSO ในการเข้าใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆโดยไม่ต้องมีการยืนยันตัวตนซ้ำอีก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการในใช้งาน และประหยัดเวลาอันมีค่าของผู้ใช้งาน
5. Consolidation of security services.
ในทุกแพลตฟอร์มของ F5 มีความสามารถในการรักษาความปลอดภัยทั้งขาขาและขาออก การรวมสองโซลูชั่นนี้เข้าด้วยกันช่วยให้ F5 เป็นศูนย์กลางในการรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย
บริษัทมีการใช้คุกกี้บนเว็ปไซต์ของบริษัทในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็ปไซต์และตรงตามความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้