ในอดีตเราอยู่ในโลกที่แตกต่างจากปัจจุบัน ก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 การทำงานระยะไกลถือเป็นเรื่องที่พบได้น้อยในทุกๆสายงาน แต่ในปัจจุบัน ทัศนคติเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว นายจ้างพบว่าพนักงานของตนสามารถทำงานได้ดีแม้ทำงานจากระยะไกลโดยไม่ต้องมีการกำกับดูแลแบบพบหน้าแบบ face to face ขณะที่พนักงานเองก็ปรับตัวเข้ากับข้อจำกัดในช่วงการระบาด และหลายคนค้นพบว่าการทำงานระยะไกลช่วยเพิ่มความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต นอกจากนี้ พนักงานจำนวนไม่น้อยยังมีโอกาสตั้งคำถามกับตัวเองว่า พวกเขามีความสุขกับงานที่ทำอยู่จริงหรือไม่ ผลลัพธ์คือ ขณะนี้พนักงานเรียกร้องประสบการณ์การทำงานที่น่าพึงพอใจ การสนับสนุนจากนายจ้าง และที่สำคัญที่สุดคือ ความยืดหยุ่นในการทำงานมากกว่าที่เคย ทางฝั่งนายจ้างจึงพยายามปรับองค์กรให้สามารถทำงานได้จากทุกที่ พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์
นี่คือสิ่งที่ Digital Employee Experience (DEX) มอบให้ DEX คือโซลูชันจาก Omnissa ที่วัดประสบการณ์การทำงานใน Digital Workspace วิเคราะห์ข้อมูล ทั้งในส่วนของ Hardware & Software & Network โดยช่วยสร้างประสบการณ์การทำงานที่น่าพึงพอใจ และแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถใช้ DEX เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิต โดยลดเวลาที่เสียไปกับการค้นหาทรัพยากรขององค์กร จัดการรหัสผ่านด้วยระบบ Single Sign-On แก้ปัญหาได้ตั้งแต่ต้นเหตุ และจัดการ Remote หน้าจอระยะไกล (Remote Assist) เมื่อจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากฝ่าย IT
หากคุณต้องการให้พนักงานพึงพอใจกับสภาพแวดล้อมการทำงานและประสบการณ์ทางเทคโนโลยี DEX คือโซลูชันที่เหมาะสมสำหรับคุณ (https://www.omnissa.com/platform/digital-employee-experience/)
การทำงานระยะไกล (Remote Work)ที่แพร่หลายมากขึ้นหมายถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับ ความยืดหยุ่น ในมุมมองของนายจ้าง แผนก IT และผู้ดูแลระบบ พนักงานต้องการและจำเป็นต้องมีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้บนอุปกรณ์หลากหลายชนิด การเชื่อมต่อที่รวดเร็วและปลอดภัย รวมถึงความสามารถในการทำงานจากสถานที่ใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ขณะเดินทาง ในสำนักงาน หรือในพื้นที่หน้างาน

Digital Employee Experience (DEX) มอบความยืดหยุ่นดังกล่าว พร้อมทั้งวิธีวัดผลลัพธ์ของตนเอง
DEX รวบรวมข้อมูลจากพนักงานและอุปกรณ์ที่พวกเขาใช้ จากนั้นนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อให้การสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มผลผลิตให้กับพนักงาน ฟีเจอร์ของ DEX รวมถึงการวัดและวิเคาะห์ การหา Root cause การแก้ปัญหา การทำให้พนักงานเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น และการวัดความคิดเห็นของพนักงานเพื่อประเมินประสิทธิภาพของมาตรการที่นำมาใช้ โดยแบ่งออก เป็น 4 ส่วน
การวัดความคิดเห็นของพนักงานหมายถึงการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความรู้สึก ทัศนคติ และระดับความพึงพอใจของพนักงานที่มีต่อประสบการณ์การทำงาน ทั้งในด้านเทคโนโลยี เครื่องมือที่ใช้ และสภาพแวดล้อมการทำงานโดยรวม
คุณสามารถใช้ Digital Employee Experience (DEX) เพื่อประเมินความสำเร็จในการมอบประสบการณ์การทำงานที่มีประสิทธิภาพให้กับพนักงานได้
ประโยชน์ของ DEX ในการสนับสนุนพนักงาน
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน – ให้พนักงานสามารถทำงานได้บนทุกอุปกรณ์ จากทุกที่ พร้อมการเข้าถึงเครื่องมือ สื่อสาร และWorkflow ราบรื่น
เพิ่มความคล่องตัวและลดความล่าช้า – ทำให้ทรัพยากรขององค์กรสามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านระบบบริการตนเอง (Self-Service) ช่วยให้พนักงานค้นหาและใช้เครื่องมือที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว
เก็บฟีดแบ็กและปรับปรุงระบบล่วงหน้า – ส่งแบบสำรวจความคิดเห็นอัตโนมัติหลังจากอัปเดตระบบปฏิบัติการ (OS) ติดตั้งแอปใหม่ หรือเกิดปัญหา เช่น OS ล่ม เพื่อรวบรวมฟีดแบ็กและดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยอัตโนมัติหากจำเป็น
DEX ช่วยให้คุณมั่นใจว่าพนักงานได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
คุณสามารถใช้ Digital Employee Experience (DEX) เพื่อตรวจจับเหตุการณ์และปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน พร้อมทั้งช่วยให้ทีมช่วยเหลือ (Helpdesk) และฝ่ายสนับสนุนสามารถดูแลพนักงานที่ทำงานระยะไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ป้องกันปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ – ใช้ Experience Score Dashboards และระบบตรวจจับความผิดปกติอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ Machine Learning เพื่อระบุปัญหาก่อนที่พนักงานจะได้รับผลกระทบ
ระบบแจ้งเตือนและWorkflow อัตโนมัติ – ตั้งค่าการแจ้งเตือนและWorkflow อัตโนมัติสำหรับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ อุปกรณ์ แอปพลิเคชัน หรือเครือข่าย เพื่อลดระยะเวลาในการแก้ไข
การสนับสนุนจากระยะไกล – จัดเซสชันแชร์หน้าจอ (Remote Screensharing) เพื่อให้ทีม IT สามารถให้ความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์เมื่อพนักงานต้องการ
ด้วย DEX องค์กรสามารถจัดการปัญหาได้รวดเร็ว ลดเวลาในการหยุดชะงัก และช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
คุณสามารถใช้ Digital Employee Experience (DEX) เพื่อลดระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทีมสนับสนุนและพนักงาน
วิธีที่ DEX ช่วยให้การแก้ไขปัญหารวดเร็วยิ่งขึ้น
ให้พนักงานระยะไกลเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ง่าย – ส่งการแจ้งเตือน อัปเดตระบบ และช่วยให้พนักงานสามารถดำเนินการตามกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว
ลดเวลาที่เสียไปกับการค้นหาแอปและจัดการรหัสผ่าน – ใช้ Single Sign-On (SSO) และ Single Launch Experience เพื่อให้พนักงานเข้าถึงทุกแอปพลิเคชันได้จากแพลตฟอร์มเดียว โดยไม่ต้องจดจำรหัสผ่านหลายตัว
เพิ่มประสิทธิภาพให้กับทีม IT Support – ให้ทีม Service Desk เข้าถึงข้อมูลอุปกรณ์ ผู้ใช้ และประสบการณ์การใช้งาน โดยตรงจาก ITSM (IT Service Management เช่น ServiceNow) โดยไม่ต้องเปิดหลายเครื่องมือหรือคอนโซล
ตรวจจับปัญหาก่อนที่พนักงานจะแจ้งเรื่อง – ใช้ AI และ Machine Learning เพื่อตรวจจับความผิดปกติและแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบก่อนที่พนักงานจะได้รับผลกระทบ
ระบุสาเหตุของปัญหาอย่างรวดเร็ว – ใช้ Machine Learning เพื่อวิเคราะห์และค้นหาสาเหตุที่เป็นไปได้ของปัญหา ลดเวลาในการวินิจฉัยและแก้ไข
ด้วย DEX องค์กรสามารถทำให้กระบวนการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความล่าช้า และช่วยให้พนักงานทำงานได้โดยไม่สะดุด
คุณสามารถใช้ Digital Employee Experience (DEX) เพื่อมอบ พื้นที่ทำงานระยะไกลที่ปลอดภัยและมีความต่อเนื่อง บนอุปกรณ์ทุกประเภท ไม่ว่าพนักงานจะใช้เครื่องขององค์กรหรืออุปกรณ์ส่วนตัว
วิธีที่ DEX ช่วยสร้างประสบการณ์การทำงานระยะไกลที่ปลอดภัย
มอบประสบการณ์ที่สม่ำเสมอบนอุปกรณ์ทุกประเภท – ไม่ว่าพนักงานจะใช้ มือถือหรือเดสก์ท็อป DEX ช่วยให้การเข้าถึงเครื่องมือและแอปพลิเคชันเป็นไปอย่างราบรื่น แม้ในกรณีที่อุปกรณ์ไม่ได้อยู่ภายใต้การจัดการขององค์กร
ให้พนักงานเข้าถึงทรัพยากรองค์กรได้อย่างปลอดภัย – รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Secure Virtual Desktops และโซลูชันความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมั่นใจไม่ว่าพวกเขาจะใช้ อุปกรณ์ส่วนตัวหรือของบริษัท
ด้วย DEX องค์กรสามารถมั่นใจได้ว่าพนักงานสามารถทำงานได้อย่าง ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และต่อเนื่อง ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนหรือใช้อุปกรณ์ใดก็ตาม
เราเริ่มต้นกันกับประโยชน์ของ DEX และการใช้งานเบื้องต้นก่อน เดียวเดือน Feb 2025 จะมีมาเพิ่มเติมต่อ

ภาพรวม ความพึงพอใจของ User ในองค์กร ในรอบเวลาที่กำหนด สีเขียว ดี User มีความสุขต่อการใช้งานเครื่อง ไม่มีปัญหาของ App Hang , App Crash หรือ การใช้ CPU, Memory Resource เกินกำหนด สีส้มเริ่มจะไม่ค่อยพึ่งพอใจต่อการใช้งาน สีแดง คือมีปัญหา เป็นต้นคร้บ
Ref : https://techzone.omnissa.com/resource/what-digital-employee-experience-dex#remediate
สมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายได้ที่ https://dealerapplication.vstecs.co.th
วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ดิสทริบิวเตอร์ผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที โซลูชัน และดีไวซ์แอนด์ไลฟ์สไตล์
สนใจสั่งซื้อสินค้าติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ติดต่อได้ที่

Allied Telesis Managed Gigabit Ethernet Switch อุปกรณ์กระจายสัญญาณเครือข่ายแบบรองรับการจัดการ (WebSmart switch) มีให้เลือกใช้งานหลากหลายตามความต้องการตั้งแต่รุ่น 10/16/24/48 ช่องสัญญาณ
และมีอัพลิ้งต์พอร์ตที่เป็นแบบ SFP รวมถึงรุ่นที่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าไปตามสายสัญญาณเครือข่าย POE+ (Power over Ethernet) เพื่อความสะดวกในการใช้งานกับกล้อง IP Camera, โทรศัพท์ VoIP, Wireless Access Point จุดเชื่อมต่อไร้สายและอุปกรณ์อื่นๆ
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.alliedtelesis.com/th/en/products/switches/gs970m-series/gs970m28ps#specifications-tab
สมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายได้ที่ https://dealerapplication.vstecs.co.th
วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ดิสทริบิวเตอร์ผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที โซลูชัน และดีไวซ์แอนด์ไลฟ์สไตล์
สนใจสั่งซื้อสินค้าติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ติดต่อได้ที่

Aetina ผู้ให้บริการโซลูชัน AI บน Edge Device ชั้นนำ ประกาศรองรับฟีเจอร์ Super Mode ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เปิดตัวในโมดูล NVIDIA® Jetson Orin™ NX และ Jetson Orin™ Nano รุ่นล่าสุด การปรับปรุงนี้จะเปิดใช้งานโดยชุดซอฟต์แวร์ NVIDIA JetPack™ เวอร์ชัน 6.2 ที่จะเปิดตัวในเดือนนี้ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในการอนุมาน AI แบบสร้างสรรค์ (Generative AI) ได้ถึง 2 เท่า ทำให้แอปพลิเคชันที่มีความสามารถด้านการมองเห็นคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ และการประมวลผล AI ในท้องถิ่นมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม : https://www.aetina.com/about-news-detail.php?i=1048

การทำงานคือวิธีที่คุณรังสรรค์ผลงานออกมา ขั้นตอนคือความรู้สึกระหว่างรังสรรค์ผลงานนั้น ขอเชิญคุณร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งความลงตัวระหว่างการทำงานและขั้นตอนต่างๆ ด้วย Intuos Pro กลุ่มผลิตภัณฑ์แท็บเล็ตพร้อมเมาส์ปากการะดับมืออาชีพชั้นนำของ Wacom ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่เพื่อยกระดับประสบการณ์ความแม่นยำและการควบคุมลายเส้นของคุณได้ดียิ่งขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์การรังสรรค์ผลงานอย่างง่ายดายที่ช่วยให้คุณปลดปล่อยอารมณ์ศิลป์ได้ตามต้องการ
ปรับโฉมใหม่ทั้งภายในและภายนอก
เครื่องมือที่สำคัญในการรังสรรค์ผลงานรูปแบบต่างๆ อย่าง Intuos Pro (2025) ได้รับการออกแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยีแท็บเล็ตพร้อมปากกาขั้นสูงจาก Wacom Wacom Pro Pen 3 ผสานการทำงานจากชิปและชุดดิจิไทเซอร์รูปแบบใหม่ มอบลายเส้นปากกาที่แม่นยำมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น* และการควบคุมทิศทางที่สะดวกสบายในรูปแบบปากกาที่พกพาง่ายและมีความเรียวเป็นพิเศษจาก Wacom
ลายเส้นระดับมืออาชีพ
Pro Pen 3 ผสานรวมความเชี่ยวชาญเฉพาะทางกว่า 40 ปีของ Wacom และนวัตกรรมทางเทคนิคล่าสุดของเราเพื่อรังสรรค์สุดยอดประสิทธิภาพปากกาที่ไวต่อแรงกด แม่นยำ และเป็นธรรมชาติ ประสิทธิภาพลายเส้นที่ยอดเยี่ยมไม่ใช่ความสามารถทั้งหมด เพราะปากการุ่นนี้ยังสามารถกำหนดค่าความถนัดมือและปุ่มต่างๆ ได้ ทั้งยังมีตัวเลือกหัวปากกาที่หลากหลาย และปรับน้ำหนักได้ ทำให้สามารถปรับเทียบให้พอดีกับสิ่งที่คุณต้องการได้ และไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่หรือการชาร์จใดๆ ทำให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา
หมุนปรับได้ตามต้องการ
Intuos Pro มาพร้อมกับเลย์เอาต์ที่สอดคล้องตามหลักสรีรศาสตร์รูปแบบใหม่ แป้นหมุนอัตโนมัติ และ ExpressKey ที่ออกแบบมาให้คุณใช้งานได้ด้วยมือทั้งสองข้าง และปรับปรุงให้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถใช้งานควบคู่กับคีย์บอร์ดได้ ซึ่งได้รับการตั้งค่าล่วงหน้ามาให้พร้อมใช้งานฟังก์ชันทั่วไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็สามารถปรับแต่งได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะปรับรายการเดียวหรือปรับทั้งชุด เพื่อสร้างทางลัดเฉพาะสำหรับแอปพลิเคชันสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ของคุณ
สร้างการเชื่อมต่อ
แท็บเล็ต Intuos Pro ทั้งสามขนาดสามารถใช้งานและชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสายเคเบิล USB ที่แถมมากับตัวเครื่อง หรือเชื่อมต่อกับบลูทูธ 5.3 แบบไร้สายพร้อมใช้งานได้สูงสุดถึง 16 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง คุณสมบัติไร้สายรูปแบบใหม่ที่คงสัญญาณการจับคู่ระหว่างคอมพิวเตอร์สองเครื่องเอาไว้ได้ เช่น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและคอมพิวเตอร์ที่ทำงาน พร้อมปุ่มเชื่อมต่อที่ใช้งานง่ายบนตัวแท็บเล็ตที่ทำให้คุณเปลี่ยนการเชื่อมต่อไปมาระหว่างแบบต่อสายและแบบไร้สายได้อย่างง่ายดาย
เข้ากันได้ ใช้งานง่าย พกพาสะดวก
ไม่ว่าคุณจะใช้งาน Windows หรือ Mac อยู่ก็ตาม Intuos Pro ก็ช่วยให้คุณสามารถรังสรรค์ผลงานทุกรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลายเส้นคงที่ และใช้งานได้โดยปราศจากความลังเลในทุกครั้ง ทั้งยังออกแบบมาให้มีความบางเฉียบ พกพาสะดวก และเสริมความทนทานด้วยเคสด้านหลังจากแมกนีเซียมอัลลอยด์ กลายเป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกรูปแบบการทำงานไม่ว่าจะเป็นแบบผสมผสานและบนโทรศัพท์มือถือ
ความสะดวก ประสิทธิภาพ และการผลิตผลงานที่กำหนดได้เอง
ตัวเลือกการปรับแต่งอย่างละเอียดและเลย์เอาท์ที่สอดคล้องตามหลักสรีรศาสตร์ของ ExpressKey แป้นหมุนอัตโนมัติ ปุ่มปากกาที่กำหนดค่าได้ และการควบคุมบนหน้าจอรูปแบบใหม่ผสานการทำงานเข้ากับซอฟต์แวร์ได้อย่างราบรื่น เพื่อควบคุมทุกงานที่ยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย ตั้งค่าได้อย่างง่ายดายด้วยค่าที่ตั้งไว้ล่วงหน้า รวมถึงความสามารถในการกำหนดค่าคุณสมบัติแต่ละรายการแยกกันเพื่อการใช้งานเฉพาะแอปพลิเคชัน
ปรับแต่งลายเส้นของคุณ
Intuos Pro คือแท็บเล็ตพร้อมปากกาสร้างสรรค์ผลงานระดับมืออาชีพชิ้นแรกของ Wacom ที่ผสานเทคโนโลยีปากกา Dual Pen ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้งานร่วมกับ Pro Pen 3, Wacom Pro Pen รุ่นเก่าอย่าง Wacom Pro Pen 2 หรือสไตลัสที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี EMR จาก Pilot, LAMY หรือ STAEDTLER ได้
ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.wacom.com/th-th/products/pen-tablets/wacom-intuos-pro
คลิป : https://www.instagram.com/wacomthailand/reel/DCoYdMHNs5j/
https://www.instagram.com/wacommalaysia/reel/DF9_jkgAsHg/
บริษัทมีการใช้คุกกี้บนเว็ปไซต์ของบริษัทในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็ปไซต์และตรงตามความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้