VST ECS (Thailand) ผนึก ZTE ขยายพอร์ตพลังงานสะอาด รุกตลาดระบบกักเก็บพลังงานในประเทศไทย
บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือวีเอสที อีซีเอส กรุ๊ป หนึ่งในผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชันเทคโนโลยีรายใหญ่ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตอกย้ำบทบาทผู้นำดิสทริบิวเตอร์เทคโนโลยีของไทย ด้วยการขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดพลังงานสะอาดอย่างเป็นทางการ ภายใต้ความร่วมมือกับ ZTE Corporation ผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแบบครบวงจรชั้นนำระดับโลก โดยวีเอสที อีซีเอส ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ Battery Energy Storage System (BESS) ของ ZTE อย่างเป็นทางการรายแรกในประเทศไทย นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพพอร์ตผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมจากพันธมิตรระดับโลก เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของวีเอสที อีซีเอส ในการต่อยอดความแข็งแกร่งจากธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอที สู่การเป็นผู้รวบรวมและส่งมอบโซลูชันเทคโนโลยีครบวงจรสำหรับองค์กร โดยมุ่งคัดสรรนวัตกรรมจากพันธมิตรชั้นนำระดับโลกมาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอ พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ในตลาดพลังงานสะอาดของประเทศไทยที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำหรับโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS (Battery Energy Storage System) ของ ZTE ซึ่งได้รับการออกแบบสำหรับภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจเชิงพาณิชย์ มาในรูปแบบ All-in-One Integrated Cabinet ด้วยกำลังไฟ 125 กิโลวัตต์ และความจุแบตเตอรี่ 261 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถรองรับการจ่ายพลังงานต่อเนื่องประมาณ 2 ชั่วโมง เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน นิคมอุตสาหกรรม และสมาร์ตพาร์กที่ต้องการยกระดับประสิทธิภาพและเสถียรภาพในการบริหารจัดการพลังงาน
โซลูชันดังกล่าวผสานระบบกักเก็บพลังงาน การบริหารจัดการอัจฉริยะ และการตอบสนองอย่างรวดเร็วไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยเสริมความพร้อมของระบบพลังงานสำรอง รองรับความผันผวนของระบบไฟฟ้าและความต้องการใช้ไฟฟ้าในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงบริหารภาระการใช้ไฟฟ้าและต้นทุนจากความแตกต่างของอัตราค่าไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรจึงสามารถใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสม ลดการปล่อยมลพิษ และวางรากฐานสู่การดำเนินธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน

ท่ามกลางกระแสการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน โครงสร้างพลังงานทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีไฟฟ้า และระบบดิจิทัลอย่างเข้มข้น เทคโนโลยีกักเก็บพลังงานจึงมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมความมั่นคงทางพลังงาน การใช้ประโยชน์จากพลังงานหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในระยะยาว
นายสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลาดพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตที่สำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าองค์กรในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจเชิงพาณิชย์ที่มีความต้องการเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน บริหารต้นทุนไฟฟ้า และลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม เราเชื่อว่า BESS จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นมากขึ้น ความร่วมมือกับ ZTE ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานประสิทธิภาพสูงเข้าสู่ตลาดไทย พร้อมสนับสนุนลูกค้าและพันธมิตรในการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจที่สะอาด ชาญฉลาด และยั่งยืนยิ่งขึ้น”

นายจาง เยี่ยนเมิ่ง (Zhang Yanmeng) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แซดทีอี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ผนึกกำลังกับวีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ในฐานะผู้จัดจำหน่ายโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) อย่างเป็นทางการรายแรกของ ZTE ในประเทศไทย ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ความต้องการเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานที่มีประสิทธิภาพและชาญฉลาดมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ วีเอสที อีซีเอส ถือเป็นพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งทั้งด้านเครือข่ายการจัดจำหน่าย ความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี และการเข้าถึงลูกค้าองค์กรทั่วประเทศ สำหรับตู้ BESS แบบครบวงจรของ ZTE ได้รับการออกแบบเพื่อช่วยให้บริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนไฟฟ้า และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานสมัยใหม่ในประเทศไทย พร้อมสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และยั่งยืนในระยะยาว”
วีเอสที อีซีเอส จะผสานความเชี่ยวชาญด้านเครือข่ายการจัดจำหน่าย การพัฒนาช่องทางการขาย และการทำตลาดโซลูชันเทคโนโลยีในประเทศไทยเข้ากับนวัตกรรมด้านพลังงานของ ZTE เพื่อขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานประสิทธิภาพสูงสำหรับลูกค้าองค์กรในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจเชิงพาณิชย์ พร้อมให้บริการหลังการขายโดยทีมผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากเวนเดอร์ ครอบคลุมการติดตั้ง การดูแลรักษา และการสนับสนุนด้านเทคนิคอย่างครบวงจร บริษัทฯ จะเดินหน้าสรรหาพันธมิตรระดับโลกเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอ และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สะอาด ชาญฉลาด และยั่งยืน

เกี่ยวกับ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย)
บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (เดิมชื่อบริษัทเดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2531 ปัจจุบันเป็นบริษัทหนึ่งในเครือของวีเอสที อีซีเอสกรุ๊ป ประเทศฮ่องกง ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายกว่า 50,000 รายกระจายอยู่ในประเทศจีน, ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เมียนมา และลาว
วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าด้านไอทีผ่านทางธุรกิจ 4 กลุ่มหลัก คือ คอนซูเมอร์, คอมเมอร์เชียล, โซลูชัน และดีไวซ์แอนด์ไลฟ์สไตล์ ภายใต้แบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 80 แบรนด์ มีสำนักงานสาขาที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ซึ่งเปิดดำเนินการเมื่อเดือนเมษายน 2557 ในชื่อบริษัท วีเอสที อีซีเอส (เมียนมาร์) จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจด้านเอนเตอร์ไพรส์ซิสเตมส์โดยเฉพาะ
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ได้ที่ www.vstecs.co.th
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แผนกประชาสัมพันธ์ บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 0 2032 9999 หรืออีเมล
เกี่ยวกับ ZTE
ZTE ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2528 ณ เมืองเซินเจิ้น และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและเซินเจิ้น ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานทั่วโลกประมาณ 65,000 คน โดยกว่า 31,000 คนปฏิบัติงานด้านการวิจัยและพัฒนา ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ แซดทีอีมุ่งนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยและโซลูชันแบบบูรณาการแก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม หน่วยงานภาครัฐ องค์กรธุรกิจ และผู้บริโภคในกว่า 160 ประเทศทั่วโลก ด้วยเครือข่ายบริการที่เข้าถึงประชากรมากกว่าหนึ่งในสามของโลก บริษัทมุ่งมั่นสร้างสรรค์การเชื่อมต่อที่มีคุณภาพและเสริมสร้างความไว้วางใจในทุกพื้นที่ เพื่อร่วมขับเคลื่อนอนาคตที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทุกคน
วันที่: 30 ตุลาคม 2569
