
PowerProtect Data Manager Appliance ให้คุณกำหนดค่าใช้จ่ายและการจัดการได้ง่าย เตรียมการป้องกันโดยตรงผ่านอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและข้อมูลที่ปลอดภัยด้วยความสามารถล่าสุดสำหรับการดำเนินงานและความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ มอบอำนาจให้เจ้าของข้อมูลดำเนินการสำรองและกู้คืนข้อมูลด้วยตนเองจากแอปพลิเคชันดั้งเดิมของตนด้วยการกำกับดูแลจากส่วนกลาง มั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณปลอดภัยและพร้อมใช้งานด้วยประสบการณ์ที่เรียบง่าย
สมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายได้ที่ https://dealerapplication.vstecs.co.th
วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ดิสทริบิวเตอร์ผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที โซลูชัน และดีไวซ์แอนด์ไลฟ์สไตล์
สนใจสั่งซื้อสินค้าติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ติดต่อได้ที่
ช่องทางติดตาม https://bit.ly/42A0JeR

การเปิดตัวของ ChatGPT กระตุ้นความสนใจเป็นอย่างมากสำหรับ Large Language Model (LLM) นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่กำลังเป็นที่จับตามองและเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนไปอย่างสิ้นเชิง ที่ Cloudera เราทำงานร่วมกับลูกค้าของเราเพื่อช่วยให้พวกเขาได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมคลื่นลูกใหม่นี้
LLM ครอบคลุมหัวข้อ (Topic) ที่หลากหลาย ตั้งแต่การให้คำแนะนำด้านไลฟ์สไตล์ไปจนถึงการแจ้งการออกแบบต่างๆ อย่างไรก็ตาม องค์กรต่างๆมีความต้องการเฉพาะเจาะจงมากกว่า พวกเขาต้องการคำตอบที่เหมาะสมกับองค์กรของตนเอง แต่ปัจจัยสำคัญที่หลายๆองค์กรยังกลัวและกล้าใช้ LLM คือ การรั่วไหลของข้อมูล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดขององค์กร Cloudera เราอยากแนะนำคุณให้รู้จักกับ Applied Machine Learning Prototype (AMP) ใหม่ล่าสุดของเรา “LLM Chatbot Augmented with Enterprise Data” แอปพลิเคชัน Chatbot ที่ถูกพัฒนาบนพื้นฐานความรู้ระดับองค์กร ปราศจากการรั่วไหลของข้อมูล และเป็นเทคโนโลยี Open Source 100%
อ่านเพิ่มเติม : https://blog.cloudera.com/llm-amp-vol-1/
สำหรับองค์กรธุรกิจสามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ :
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อที่ บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด โทร. +66 2032 999
วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ดิสทริบิวเตอร์ผู้จัดจำหน่ายสินค้าด้านไอที (IT Distributor) ผ่านทางธุรกิจ 4 กลุ่มหลัก คือ คอนซูเมอร์, คอมเมอร์เชียล, โซลูชัน และดีไวซ์แอนด์ไลฟ์สไตล์ ภายใต้แบรนด์ชั้นนำระดับโลก
NGINX Real-Time APIs Management เพิ่มประสิทธิภาพ ความพร้อมใช้งานและมีความยืดหยุ่น
Real-Time APIs Management for Modern Application
ในปัจจุบันการให้บริการและการใช้งานของแอปพลิเคชั่นของผู้ใช้งานนั้นมีผลกระทบต่อธุรกิจเป็นอย่างมากโดยผู้ให้บริการต่างๆ มองเห็นถึงผลกระทบเหล่านี้ พยายามหาวิธีการในการบริหารจัดการต่างๆ ให้แอปพลิเคชั่นมีประสิทธิภาพปลอดภัยและพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสในการดำเนินการธุรกิจหรือสูญเสียผู้ใช้บริการให้กับแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ที่มีการให้บริการที่คล้ายๆ กัน จากผลสำรวจมากกว่า 66% ของผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่นแล้วมีความล่าช้าหรือเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยในการใช้งานต่างๆ ย้ายไปใช้แอปพลิเคชั่นตัวอื่นๆ แทน
APIs มีความสำคัญต่อกลยุทธ์สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลขององค์กร เพราะการใช้ APIs จะช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างนักพัฒนาแอปพลิเคชั่น เปิดโอกาสให้เกิดการสร้างรายได้จากความร่วมมือกับนักพัฒนาแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ที่เป็นพันธมิตร และยังเป็นพื้นฐานในการพัฒนาแอปพลิเคชั่นโดยใช้รูปแบบที่เรียกว่า “Microservices” อีกด้วย ซึ่ง NGINX ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกมาเป็น API Gateway โดยจัดการเรื่อง API Routing, Security และ Authentication เป็นต้น
ทีม Infrastructure & Operations และทีม DevOps ต้องเจอกับความท้าทายมากมาย ในแง่การบริหารจัดการ APIs ที่มีการเรียกใช้งานทั้งภายใน (Internal APIs) และภายนอก (External APIs) ร่วมถึงจำนวนที่เพิ่มขึ้นของ APIs และ API Gateways อย่างมากเรื่อยๆ ตามความต้องการของผู้ใช้งานและธุรกิจที่กำลังเติบโต ซึ่ง APIs เหล่านี้จะต้องได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพตลอดช่วงวงจรชีวิตและ API Gateways ต้องได้รับการอับเดตนโนบาย ที่เป็นปัจจุบันนอยู่เสมอ โดยที่ระบบบริหารจัดการ API Gateways (API Management) จะต้องไม่ทำให้ตัว API Gateways ที่มีหน้าที่ในการกำหนดเส้นทางและเป็นตัวสื่อกลางในการรับส่งข้อมูลนั้น มีประสิทธิภาพลดน้อยลงด้วย

F5 NGINX Solution ช่วยได้อย่างไร?
สำหรับ NGINX Controller จะเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการระบบ API Gateways หรือที่ถูกเรียกว่า API Management Solution โดยหน้าที่เป็น Control-plane ให้กับ NGINX Plus ที่เป็น API Gateways ซึ่งทำหน้าที่ในส่วนของ Data-plane ที่ถูกแยกออกจากกัน ทำให้ NGINX Controller ช่วยให้ทีม Infrastructure & Operations และทีม DevOps สามารถกำหนดการตั้งค่า define, publish, secure, monitor และ analyze APIs ในช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถควบคุมการออกแบบ API ได้ง่ายและอย่างมีประสิทธิภาพ
NGINX Controller ไม่จำเป็นต้องใช้ local database หรือองค์ประกอบอย่างอื่นที่ทำให้เกิดความซับซ้อนหรือมีส่วนที่อาจจะทำให้ API Gateway มีความล่าช้าและเกิดปัญหาล้มเหลว (Failure) ในที่สุด

โดยกราฟฟิกของการเรียกใช้งาน APIs ทั้งหมดหรือที่เรียกว่า Data-plane Traffic และทราฟฟิกของระบบการบริหารจัดการ API Gateways ที่เรียกว่า Control-plane Traffic จะถูกแยกออกจากกัน ซึ่งการออกแบบโครงสร้างแบบนี้จะทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยที่จะทำให้ลดเวลาการตอบสนอง (response time) การเรียกใช้งาน APIs พร้อมช่วยลดขนาดและลดความซับซ้อนของ API Gateways เป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับ Traditional API Management อีกทั้งในส่วนของ Developer Portal ก็เช่นกัน สามารถแยกไปเป็น NGINX Web server อีกหลาย ๆ ตัวได้เช่นกัน ทำให้เกิดประสิทธิภาพ ความพร้อมใช้งานและความยืดหยุ่นเป็นอย่างมาก
ทำไมต้องเป็น NGINX Controller for API Management ?
NGINX Controller ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์ม Centralized Monitoring และ Management สำหรับบริหารจัดการ NGINX Plus นับหลายร้อย Instances ด้วยแพลตฟอร์มเพียงตัวเดียว มาพร้อมกับโมดูลที่ช่วยจัดการ API Gateways ทำได้รวดเร็วและง่าย โดยสามารถบริหารจัดการผ่าน GUI ในการกำหนดการตั้งค่า ตรวจสอบสถานะและด้วย Metrics ที่มีมากเกินกว่า 200 metrics ทำให้สามารถวิเคราะห์ APIs ตามโซลูชั่นต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น ร่วมถึงรองรับการทำงานบนทั้ง On-Premise หรือ Multi Cloud ได้
Key benefits include:

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) อีเมล :

ข่าวล่ามาแรง! จาก Project Mercury ที่ Wacom คาดหวังเอาไว้เป็นอย่างมาก โดยเป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ที่นำเสนอประสบการณ์สร้างสรรค์เสมือนจากในพื้นที่แม้ความจริงจะเป็นงานครีเอทีฟจากระยะไกล โครงการดังกล่าวกำลังออกสู่ตลาดด้วยความร่วมมือระหว่าง Wacom และ Splashtop ให้บริการในชื่อ Wacom Bridge ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และญี่ปุ่น
ในอดีต เครื่องมือใช้งานที่จำเป็นสำหรับศิลปินกำหนดให้ต้องเข้ามาทำงานในสตูดิโอ แต่ศิลปินต่างก็ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานในสถานที่ที่พวกเขาสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้มากที่สุด ไม่จำเป็นต้องคำนึงว่างานต้นแบบหรือเครื่องคอมพิวเตอร์จะอยู่ที่ใด จากการที่มีความต้องการนักศิลปะที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก นั่นหมายความว่าผู้มีความสามารถได้กระจายไปอยู่ทั่วโลกมากขึ้น เพื่อเปิดกว้างให้กับการทำงานร่วมกันกับพนักงานทั่วโลกโดยไร้ขีดจำกัด สตูดิโอจะต้องจัดเตรียมเวิร์กสเตชันกราฟิกเสมือนจริงให้กับศิลปิน โดยที่ให้ประสิทธิภาพและลักษณะการทำงานที่คล้ายคลึงกันกับเวิร์กสเตชันกราฟิกที่มีอยู่สำหรับพนักงานที่ทำงานอยู่ ณ สำนักงานใหญ่ของสตูดิโอ
หัวใจสำคัญของความร่วมมือระหว่าง Splashtop และ Wacom คือ การทำให้อุปกรณ์ Wacom สามารถใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าคุณจะเป็นศิลปินแนวคอนเซ็ปต์ ศิลปินสตอรี่บอร์ด อาร์ตติส 3 มิติ ผู้เชี่ยวชาญด้านเอฟเฟกต์ภาพ หรือโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ความท้าทายที่มักเกิดขึ้นกับเทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชันแบบดั้งเดิม คือการละทิ้งการควบคุมอุปกรณ์ Wacom ของคุณในเครื่องเพื่อใช้ในการตั้งค่าระยะไกล
Splashtop พร้อมด้วย Wacom Bridge มอบการรับประกันในประสบการณ์ที่ราบรื่น โดยยินยอมให้ใช้โลคอลแท็บเล็ต Wacom เสมือนว่าเชื่อมต่อโดยตรงกับโฮสต์คอมพิวเตอร์ ซึ่งหมายความว่าศิลปิน นักออกแบบ และนักพัฒนาสามารถใช้ประโยชน์จากการควบคุมและทำงานด้วยปากกาและการสัมผัสได้อย่างเต็มที่ทั้งจากบนเครื่องโลคอลและเครื่องระยะไกล การสลับการใช้ปากการะหว่างแบบโลคอลและรีโมทนั้นง่ายดายพอ ๆ กับการเลือกหน้าต่างแอปพลิเคชัน ไม่ว่าขนาดใดก็ตาม นอกจากนี้ หากคุณใช้งานแอปเดียวกันทั้งบนเครื่องโลคอลและจากระยะไกล การตั้งค่าเฉพาะบนแอปพลิเคชันจะให้ผลลัพธ์เดียวกันกับทั้งสองระบบโดยอัตโนมัติ อีกหนึ่งคุณสมบัติที่น่าตื่นเต้นอีกประการ คือ Wacom Inkline ที่จะเข้ามาช่วยเชื่อมช่องว่างค่าความหน่วงของเวลาที่เกิดจากการเชื่อมต่อระยะไกลได้อีกด้วย
ด้วย Wacom Bridge เหล่าครีเอเตอร์จะไม่ต้องประสบกับข้อจำกัดหรือกีดขวางจากการเปลี่ยนเชื่อมต่อบน USB หรือ Windows Ink แบบเดิมอีกต่อไป ตอนนี้พวกเขาสามารถทำงานบนเครื่องระยะไกลที่มอบความเร็วปานสายฟ้าโดยมีค่าหน่วงเวลาที่จำกัด ในขณะที่ยังคงสามารถรักษาการปรับแต่งของ Wacom ไว้เพื่อให้ขั้นตอนการทำงานดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ขณะนี้ศิลปินและสตูดิโอสามารถเข้าถึงเวิร์กสเตชันเสมือนได้อย่างยืดหยุ่น ปลอดภัย มีประสิทธิภาพและให้ความคุ้มค่าสูง นับเป็นการช่วยขจัดอุปสรรคทางเทคโนโลยีและภูมิศาสตร์สำหรับศิลปิน และยังเป็นการมอบอิสระในการสร้างสรรค์เพื่อการทำงานร่วมกันบนเนื้อหา VFX และแอนิเมชัน
“เรามุ่งมั่นเสมอมาที่จะช่วยเหลือให้ผู้ที่ทำงานด้านการสร้างสรรค์สามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถด้านดิจิทัลได้อย่างเต็มที่จากทุกที่ วันนี้นับเป็นก้าวที่สำคัญยิ่งกว่าเคย ด้วยความร่วมมือกับ Wacom เราสามารถมอบประสบการณ์การทำงานจากระยะไกลที่มีเอกลักษณ์ พร้อมด้วยการอินทริเกรทอย่างกลมกลืน มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงตามที่เหล่าศิลปินและครีเอทีฟปรารถนา” Mark Lee, Splashtop CEO กล่าว
บริษัทมีการใช้คุกกี้บนเว็ปไซต์ของบริษัทในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็ปไซต์และตรงตามความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้