
น่าเสียดายที่พอร์ต USB-C ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้มีคุณสมบัติทั้งหมดเท่ากัน บางส่วนเพียงแค่ส่งข้อมูล บางส่วนส่งข้อมูลและองค์ประกอบการแสดงผล และบางส่วนทำทุกอย่างทั้งด้านพลังงาน ข้อมูลและการแสดงผล หรือยิ่งไปกว่านั้น คือ การที่คอมพิวเตอร์ที่คุณต้องการใช้งานกลับไม่รองรับการ USB-C เลย
ไม่ต้องกังวล Wacom ช่วยคุณได้
หากคุณมีคอมพิวเตอร์รุ่นที่ค่อนข้างใหม่ซึ่งเปิดตัวในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คุณสามารถเสียบสาย USB-C เส้นเดียวจากคอมพิวเตอร์ของคุณเข้ากับ Wacom One ได้โดยตรง และพร้อมออกไปแสดงฝีมือได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคอมพิวเตอร์ของคุณเสียบปลั๊กอยู่กับแหล่งจ่ายไฟในอาคาร
สำหรับสถานการณ์นี้ สาย USB-C เส้นเดียวจาก Wacom คือคำตอบที่เหมาะสม
แล็ปท็อปบางเครื่องจะปรับกำลังไฟที่ส่งออกจากพอร์ต USB เมื่อตัดการเชื่อมต่อจากไฟผนัง นี่คือจุดที่จะมีการเพิ่มสายเคเบิล USB (A) แบบดั้งเดิมเข้ากับ USB-C เข้าไปในสมการ เพื่อให้ Wacom One ใช้งานได้อย่างเพียงพอ
ตัวอย่างเช่น Chromebook บางรุ่นใช้พลังงานแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ และอุปกรณ์ Android มักจะต้องการการจ่ายพลังงานเพิ่มเติมจากสายเคเบิลเพิ่มเติมเกือบทุกครั้ง
ไม่ว่าในกรณีใด จอแสดงผล Wacom One Pen จะสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ของคุณได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น Mac, PC, Chromebook หรืออุปกรณ์ Android ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ระบุคุณลักษณะของแต่ละรุ่นไว้บนเว็บไซต์ ดังนั้นหากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถในการส่งออกของคอมพิวเตอร์ คุณก็สามารถตรวจสอบได้บนเว็บไซต์
ที่มา : https://community.wacom.com/en-us/cable-options-wacom-one-display/

Open Data Lakehouse ช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดที่มีได้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่มีโครงสร้าง (Structured Data) และไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) ในสเกลขนาดใหญ่ โดยที่ข้อมูลขององค์กรไม่กระจัดกระจายหรือแยกส่วนกัน อีกทั้งยังช่วยให้ทุกคนในองค์กรสามารถทำงานร่วมกันบนข้อมูลเดียวกันด้วยเครื่องมือที่พวกเขาเลือกไม่ว่าจะเป็นบนคลาวด์สาธารณะ (Public Cloud) และคลาวด์ส่วนตัว (Private Cloud) ก็ตาม
Cloudera Data Platform (CDP) เป็น Open Data Lakehouse ที่มาพร้อมประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น
1 . Open architecture - Data Lakehouse ของ Cloudera ที่ขับเคลื่อนโดย Apache Iceberg เป็น Open Source แบบ 100% และเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง สามารถจัดเก็บข้อมูลได้หลายรูปแบบและช่วยให้ Engines หลายตัวสามารถทำงานบนข้อมูลเดียวกันได้
2. Ease of adoption – ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่าง Apache Iceberg กับ Shared Data Experience (SDX) ทำให้ Cloudera เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ Lakehouse ในการจัดการข้อมูลและเข้าถึงข้อมูลสำหรับชุดข้อมูลขนาดใหญ่
3. Multi-cloud – สามารถสร้าง Lakehouse ได้ทุกที่บนคลาวด์สาธารณะ (Public Cloud) หรือในศูนย์ข้อมูลของผู้ใช้งานเอง โดยสร้างเพียงครั้งเดียวและเรียกใช้งานได้ทุกที่ตามต้องการ
4. Secure and governed – Apache Iceberg ใน CDP ที่ทำงานร่วมกับ SDX จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลของผู้ใช้งาน ปราศจากการรั่วไหลของข้อมูล
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cloudera.com
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อที่ บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด โทร. +66 2032 999
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม bigdata&

หลายคนน่าจะรู้จักว่า NetApp นั้นเป็นผู้นำในเรื่องของ Hybrid Multi Cloud Data Management โดยในส่วนของ On-premise Storage นั้น NetApp เป็นผู้นำทั้งในเรื่องของ Unstructured data (file และ object) และ Unified storage โดยเราเป็นผู้บุกเบิก Enterprise NAS มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1992 และพัฒนาต่อเนื่องมาให้บริการทั้ง File และ Block ที่เรียกว่า Unified ในปี ค.ศ. 2002 และยังพัฒนาใส่ความสามารถใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Ransomware protection, Backup to Cloud, Tiering to Cloud และเพิ่มเติมเข้ามาเรื่อย ๆ โดยยึดเอาประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้าเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาสินค้า
แล้ว Block storage หรือที่ทุกคนเรียกว่า SAN Storage หละ? NetApp ไม่ได้ให้ความสนใจจริงจังหรือ? ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่เลย NetApp ได้สร้าง SAN Storage ที่มีทั้งความเร็ว, ความเสถียร, ความคุ้มค่า เพื่อช่วยปกป้องข้อมูลของลูกค้ามานานมากกว่า 20 ปี โดยมีจำนวนลูกค้าที่ใช้ SAN Storage ของ NetApp มากกว่า 20,000 รายทั่วโลก
ในหลายๆ องค์กรเลือกที่จะใช้งาน SAN protocol อยู่บน NetApp Unified Storage เพื่อความคุ้มค่าสูงสุดในการใช้งาน แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางองค์กรที่ต้องการ SAN Storage แยกออกมาโดยเฉพาะ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าไม่ได้มีความต้องการในการใช้งาน File หรือ Object เลย

เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเฉพาะ SAN Storage NetApp จึงได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่เรียกว่า NetApp ASA เพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ในตระกูล AFF และ FAS โดยได้ความสามารถในการใช้งานต่างๆ จาก ONTAP OS เช่นเดียวกัน
ASA นั้นถูกออกแบบมาให้เรียบง่าย ทรงประสิทธิภาพ รองรับการใช้งานสำหรับ Critical Mission Application ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Database อย่าง SAP, Oracle หรือ SQL อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ดีกับ VMware Virtualization อีกด้วย และด้วยความสามารถของ ONTAP ที่จะสามารถช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลได้ด้วยเทคโนโลยีอย่าง Deduplication, Compression และ Compaction ทำให้ NetApp กล้าที่จะการันตีให้กับลูกค้าแบบ 4:1 หมายความว่าหากองกรณ์มีการใช้งาน ASA Usable capacity ที่ 10TB จะสามารถที่เก็บข้อมูลได้สูงถึง 40TB หากใช้งานได้ไม่ถึง NetApp ยินดีที่จะเพิ่มพื้นดิสก์ให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
อีกทั้งเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับ Mission Critical Application ของลูกค้าที่ไม่สามารถเสี่ยงกับการมี Downtime ของระบบได้ NetApp ASA ได้ปรับการทำงานให้เป็นแบบ Symmetric Active-Active ที่โดยปกติแล้วจะอยู่ใน Storage รุ่น High-end ซึ่งความสามารถนี้ทำให้ NetApp กล้ารับประกันการใช้งานตามมาตรฐานของ IDC ในระดับ Six Nines (99.9999%) หมายความว่าใน 1 ปี ระบบจะมี Downtime ไม่เกิน 31.56 วินาที

ในโลกสมัยใหม่ที่ทุกองกรณ์ต่างสร้างข้อมูลดิจิตอลขึ้นมามากมาย NetApp ที่เป็นผู้นำทั้ง NAS และ Unified Storage ยังคงฟังเสียงของลูกค้าและตอบโจทย์ความหลากหลายด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง NetApp ASA ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกที่จะเอาข้อมูลไปเก็บไว้ใน Storage ได้อย่างเหมาะสมกับประเภทของงาน
Source: https://www.netapp.com/blog/asa-systems-san/
สนใจ NetApp ASA หรือ NetApp Storage รุ่นอื่นๆ สามารถติดต่อได้ที่

หลายคนคงรู้จัก NVIDIA บริษัทผู้ผลิตการ์ดจอขั้นเทพในตำนาน ปัจจุบันเลื่องชื่อในส่วนของชิป Generative AI ที่ทำให้บริษัทมีมูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในช่วงที่ผ่านมาและกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับ 6 ของโลก ที่ใหญ่กว่าทั้ง Berkshire Hathaway, Meta, Tesla และ TSMC โดยมีมูลค่าเป็นรองเพียง Apple, Microsoft, Saudi Aramco, Alphabet และ Amazon. (ข้อมูลลงทุนแมน )
ในวันนี้เราจะไปดูความ Wow ของอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท “NVIDIA” กัน

มาพบกับอาคาร Endeavour และ Voyager เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท NVIDIA ที่ตั้งอยู่ในซานตาคราลา ย่าน Silicon Valley ซึ่งเป็นที่อยู่ของบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีหลายแห่งบนโลกนี้
หลายคนคงจะรู้สึกว่าชื่อของอาคารทั้งสองแห่งนี้ คงได้รับแรงบรรดาลใจมาจากหนังเรื่อง Star Trek สงครามพิฆาตจักรวาลรวมเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่างดาวและยานอวกาศรวมถึงวัตถุทางดาราศาสตร์ ซึ่งนี่แค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
ชื่ออาคาร Endeavour และ Voyager ตัวอักษรขึ้นต้นด้วย EN และ V เมื่ออ่านแล้วเหมือน N กับ V สองตัวอักษรจึงกลายเป็นคำว่า NVIDIA นั้นเอง ซึ่งให้ความหมายที่ดูทันสมัยและฉลาด ทำให้กระตุ้นความอยากซื้อของคนที่จะซื้อการ์ดจอของ NVIDIA นั้นเอง
Massive!!! หรือ มโหฬาร เป็นคำที่เรียกได้ว่าเหมาะมากสำหรับยานอวกาศที่เป็นสำนักงานใหญ่ของ NVIDIA แห่งนี้
Endeavour สร้างเสร็จเมื่อปี 2017 บนพื้นที่ 500,000 ตารางเมตร เป็นสถาปัตติยกรรมทรงสามเหลี่ยมแบบมีมิติให้ความรู้สึกเหมือนหลุดสัญลักษณ์ของ NVIDIA ที่ทุกคนสามารถเข้ามาจับต้องการ์ดจอของเค้าได้โดยใช้สีขาวและดำให้ความรู้สึกเหมือนกับยานอวกาศจอดอยู่พื้นที่สีเขียวมีต้นไม้ประดับรอบอาคาร
Voyager สร้างเสร็จเมื่อปี 2022 พื้นที่ 750,000 ตารางเมตร รูปทรงที่มีขนาดใหญ่กว่าอาคารเดิม 50% และเชื่อมต่อจากอาคาร Endeavour โดยที่ Voyager จะมีความ Organic มากกว่า เนื่องจากตัวอาคารมีการประดับและตกแต่งด้วยโทนสีเขียวมากกว่าเดิมและมีพื่นที่โถงกลางที่เหมือนภูเขาเพื่อให้พนักงานได้มาทำงานร่วมกันและยังมีในส่วนของ Bird nest พื้นที่ที่เสมือนรังนกที่ไว้สำหรับให้พนักงานมา enjoy ร่วมกันและยังมีสวนหย่อมขนาด 4 เอเคอร์ที่แยกพื้นที่ 2 อาคารออกจากกัน


อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ อาคารสำนักงานคู่แห่งนี้ “มโหฬาร” เพราะมีพื้นที่รวมกันกว่า 1.25 ล้านตารางเมตร พร้อมสำหรับต้อนรับพนักงาน 11,500 คน และวิศกรที่ประจำอยู่กว่า 5,000 คนที่ซานตาคราลา
ในส่วนของการออกแบบนั้นบริษัทผู้รับออกแบบคือ Gensler บริษัทด้านสถาปนิกที่ดังที่สุดในโลกนั้นเอง ส่วนผู้รับเหมาสร้างอาคารก็ไม่ไช่ใคร DEVCON บริษัทรับเหมาก่อสร้างชื่อดังของอเมริกาโดยใช้เทคโนโลยี Stimulate VR ในการออกแบบ และยังเน้นความรู้สึกที่ก้าวไปสู่อนาคต อีกทั้งความเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ซึ่ง CEO คุณ Jensen Huang มีความคิดที่อยากให้พนักงานนั่งและมองออกไปด้านนอกได้ทุกส่วน โดยอยากจะให้พนักงานรู้สึกสบายและผ่อนคลายเพราะที่ทำงานก็เปรียบเสมือนกับบ้าน หนึ่งหลังที่ต้องใช้ชีวิตในแต่ละวันร่วมกัน โดยมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยังมี มีช่องแสงรูปสามเลี่ยมที่สามารถเปิดปิดได้และใช้การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ บนหลังคาผ่านโซล่าร์เซลล์อีกด้วย


ลองมารับชม VDO สามมิติ ภายในอาคารสำนักงานใหญ่ NVIDIA กัน

สุดท้ายนี้ สิ่งสำคัญ…ครับแน่นอน ด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อันดับ 1 ของโลกคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก NVIDIA เท่านั้น วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการผลิตภัณฑ์ NVIDIA Enterprise สำหรับ Product DGX Server, NVIDIA Networking และ NVIDIA vGPU
สำหรับองค์กรและธุรกิจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่
บริษัทมีการใช้คุกกี้บนเว็ปไซต์ของบริษัทในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็ปไซต์และตรงตามความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้