เคล็ดลับความปลอดภัย 7 ข้อที่จะช่วยให้คุณใช้ Wi-Fi สาธารณะได้อย่างปลอดภัย

Wi-Fi สาธารณะนั้นมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ปลอดภัยเสมอไป เราอธิบายเทคนิคของอาชญากรไซเบอร์ให้กระจ่างและสอนวิธีนำหน้าอย่างน้อยหนึ่งก้าว
Wi-Fi สาธารณะมีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
พูดง่ายๆ ก็คือ หากคุณเชื่อมต่อกับ Wi-Fi สาธารณะ คุณจะเผชิญกับโอกาสในการขโมยข้อมูลอย่างแท้จริง เราถ่ายโอนข้อมูลที่มีค่ามากมายทางอินเทอร์เน็ต และหากอาชญากรไซเบอร์เข้าถึงข้อมูลการชำระเงินของคุณได้ พวกเขาสามารถดูดเงินจากบัญชีของคุณได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ปลอมตัวเป็นคุณและแจกจ่ายสแปมหรือดึงเงินจากเพื่อนของคุณ หรือค้นหาโฟลเดอร์แบล็กเมล์ในประวัติการแชทของคุณ
หากคุณเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัยจากอุปกรณ์ที่ทำงาน ความลับทางธุรกิจของบริษัทของคุณก็อาจตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่ประสงค์ดีเช่นกัน ในบางกรณี อาชญากรไซเบอร์อาจลอบโจมตีอุปกรณ์ของคุณด้วยมัลแวร์ ซึ่งยังคงอยู่แม้จะตัดการเชื่อมต่อจากฮอตสปอตอันตรายแล้ว เพื่อความปลอดภัยบนเครือข่ายสาธารณะ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำง่ายๆ จากเรา
อ่านเพิ่มเติมที่นี่ : https://www.kaspersky.com/blog/public-wi-fi-security-tips/41226/?utm_source=newsletter&utm_medium=Email&utm_campaign=kd%20weekly%20digest
ดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่
https://www.kaspersky.co.th/business-security/
https://www.kaspersky.com/small-to-medium-business-security
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Kaspersky สามารถติดต่อได้ที่ : VST ECS Contact: 0-2032-9999
E-mail:
F5 Networks Data Center Security Solution โซลูชันด้านการรักษาความปลอดภัย ปกป้องการโจมตีของผู้ไม่พึงประสงค์

F5 Networks ได้นำเสนอโซลูชันด้านการรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบ Infrastructure โดยผสานรวมจุดแข็งของการรักษาความปลอดภัยแบบตรวจสอบภัยคุกคามและปกป้องการโจมตีของผู้ไม่พึงประสงค์ก่อนเข้าถึงองค์กรพร้อมดำเนินการตอบโต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดกิจกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อธุรกิจของท่าน รวมถึงช่วยให้ลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
โดย F5 Networks Data Center Security Solution มีทั้งหมดดังนี้
Data Center Firewall and IPS

Full-Proxy Firewall มีประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบมาสำหรับป้องกันเน็ตเวิร์ค และดาต้าเซ็นเตอร์ จากภัยคุกคามที่โจมตีผ่านเน็ตเวิร์ค และโปรโตคอลต่างๆ และยังเสริมด้วยความสามารถของ IPS ในการตรวจสอบแพ็กเกจเชิงลึก พร้อมรองรับโปรโตคอลมาตรฐาน และการโจมตีในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างอย่างครอบคลุม
DDoS Protection

Solution Hybrid ddos ผสานรวมการทำงานระหว่าง Silverline Cloud Services และ ddos ที่อยู่บน On-Premise เข้าด้วยกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองการโจมตี โดยอุปกรณ์ On-Premise สามารถส่งข้อมูลไปยัง Cloud เพื่อช่วยกำจัดทราฟฟิกที่ไม่พึ่งประสงค์ ครอบคลุมการโจมตีในรูปแบบ DDoS ตั้งแต่ระดับเน็ตเวิร์คไปจนถึงระดับแอปพลิเคชันอย่างครบวงจร และยังเสริมด้วยฟีเจอร์ในการวิเคราะห์พฤติกรรมและตรวจจับการโจมตีที่ซ่อนมากับทราฟฟิคที่ถูกเข้ารหัส
ตัวถัดมา DNS Security

เป็นการป้องกันการโจมตีที่มุ่งเป้ามายัง DNS เช่น DNS DoS, cache poisoning และ DNS hijacking ทั้งยังสามารถป้องกันภัยคุกคามด้วยการปฏิเสธการเข้าถึงโดเมนที่ไม่พึงประสงค์ พร้อมเสริมด้วยฟีเจอร์ ด้าน DNS อย่างเช่น DNS cache ทีช่วยลด latency ได้ถึง 80%
SSL VPN

รองรับการใช้งานทั้งรูปแบบ agent และ agentless พร้อมทั้งเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าใช้งานผ่านการคัดกรอง ด้วยฟังก์ชั่น Multi factor authentication และ Superior End point Inspection ช่วยลดความยุ่งยากในการจำรหัสสำหรับเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน ด้วยระบบ Single sign on อีกทั้งในส่วนของแอดมินยังสามารถตรวจสอบ policy และดู Flow การทำงานของแต่ละผู้ใช้ ด้วยฟังก์ชัน Virtual Policy Editor ได้
สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่อีเมล :
Dell Latitude 7420 โน้ตบุ๊กทำงานสวยหรูทนทาน
เต็มประสิทธิภาพด้วย 11th Gen Intel Core vPro และ Windows 10 Pro สำหรับปี 2021

Intel Evo Platform รับรองประสิทธิภาพและการใช้งานด้วยประสบการณ์ที่ดี จากมาตรฐานของ Intel
ในปีนี้เราคงจะได้เห็นชื่อของ Intel Evo Platform กันอย่างต่อเนื่อง ในฐานะของตรารับรองจาก Intel ที่มีต่อ Notebook แต่ละเครื่องว่ามีประสิทธิภาพสูง ใช้เทคโนโลยีล่าสุด และสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี ด้วยคุณสมบัติดังนี้
Dell Technologies เองก็ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับ Intel ซึ่ง Dell Latitude 7420 รุ่นที่เราได้มารีวิวในครั้งนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในเครื่องที่ได้รับการรับรองให้เป็น Intel Evo Platform ด้วยเช่นกัน
Dell Latitude 7420: โน้ตบุ๊กทำงานที่เน้นความเรียบง่าย ตอบโจทย์ได้ทั้งสำหรับผู้บริหารและพนักงาน

ส่วน Body ภายนอกนั้น สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบอลูมิเนียมที่จะมีน้ำหนักเบาที่สุดโดยมีสีเงินที่ดูเรียบหรู และคาร์บอนไฟเบอร์ที่จะมีน้ำหนักเบาลงอีกเล็กน้อยแต่ดูแข็งแรงทนทานขึงขังมากกว่า โดยจอจะมีขนาด 14 นิ้ว สามารถใช้งานได้สบายๆ ไม่ปวดตา
ตัวเครื่องนี้มีกล้อง ลำโพง และไมโครโฟนพร้อมใช้ประชุมงานจากทุกสถานที่ได้ในตัว และยังมีที่ปิดกล้องมาให้เลยเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ รวมถึงยังสามารถเลือกออปชันเสริมให้สามารถเชื่อมต่อ 4G ได้ สำหรับรองรับการทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลาอย่างแท้จริง

Dell Latitude 7420 นี้ยังคงความเป็นเครื่องสำหรับใช้ทำงานในธุรกิจองค์กรอย่างเต็มตัว ด้วยการรองรับออปชันเสริมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจอที่มีความละเอียดหลายระดับ, การเข้ารหัสและการสำรองข้อมูล, Software เสริมความมั่นคงปลอดภัย, การแสกนลายนิ้วมือ รวมถึงระยะเวลาประกันตั้งแต่ 3-5 ปีตามแต่ต้องการ
ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dell Latitude 7420 สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dell.com/th/business/p/latitude-14-7420-2-in-1-laptop/pd
NGINX Instance Manager สำหรับการบริหารจัดการตั้งค่าและตรวจสอบสถานะการทำงานของ NGINX อินสแตนท์ที่ใช้งานอยู่ทั้งหมด 

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.nginx.com/blog/now-worlds-1-web-server-nginx-looks-forward-to-even-brighter-future
ปัจจุบัน NGINX ถือได้ว่าเป็น Web Server ที่ถูกเลือกใช้งานจากองค์กรทั่วโลกเป็น อันดับหนึ่ง โดย NGINX ถูกออกแบบให้เป็นซอฟต์แวร์แบบ All-in-one ที่สามารถนำไปปรับใช้ในรูปแบบ Load Balancer, API Gateway และ Reverse Proxy โดยทีม Dev (นักพัฒนาโปรแกรม) และทีม DevOps ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ด้วยการใช้งานที่มีความหลากหลาย (Many use case) เลยทำให้ทีม Dev และทีม DevOps จำเป็นต้องใช้ NGINX อินสแตนท์จำนวนมาก กระจายอยู่ใน Infrastructure เพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานและสามารถที่จะรองรับจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และคำถามเหล่านี้ เป็นเรื่องน่าปวดหัว สำหรับทีม Dev และทีม DevOps
F5 Networks บริษัทชั้นนำทางด้านระบบเพิ่มประสิทธิภาพ Application ได้นำเสนอโซลูชั่น ที่จะเข้ามาช่วยให้เราบริหารจัดการตัว NGINX OSS และ NGINX Plus ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและง่ายมากยิ่งขึ้นด้วย NGINX Instance Manager
ทำไมต้องใช้ NGINX Instance Manager ในการจัดการ NGINX OSS และ NGINX Plus ?
NGINX Instance Manager ถูกออกแบบมาให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ การตั้งค่าและตรวจสอบสถานะการทำงานของ NGINX อินสแตนท์ที่ใช้งานอยู่ทั้งหมด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นทีม Dev และ DevOps ซึ่งผู้เชี่ยวชาญการใช้งาน NGINX อยู่แล้ว ลองมาดูกันบ้าง ว่า NGINX Instance Manager มีประโยชน์ต่อองค์กรของคุณอย่างไร?

Track NGINX Instances and Ensure Security Compliance
NGINX Instance Manager สามารถทำการค้นหา (Discover) ตัว NGINX OSS และ NGINX Plus อินสแตนท์ในเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว โดยจะแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น เวอร์ชันซอฟแวร์บนอินสแตนท์ ที่อาจจะมีความเสี่ยงต่อ CVE ต่างๆ ทำให้เราสามารถที่จะทำการอัปเกรดเป็นเวอร์ชันที่ถูกแก้ไขได้อย่างง่าย

Simplify NGINX Configuration Based on Best Practices
ในส่วนของการกำหนดค่าต่าง ๆ NGINX Instance Manager มีฟังก์ชันที่ช่วยในการทำงานดังนี้

Monitor NGINX Instances with Your Favorite Third‑Party Tools
ทำการตรวจสอบสถานะต่าง ๆ ของ NGINX อินสแตนท์ ผ่านทาง NGINX Instance Manager สามารถทำได้ดังนี้

Automate NGINX Configuration and Maintenance
NGINX Instance Manager สามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือในการบริหารจัดการและตรวจสอบสถานะต่าง ๆ บน CI/CD workflows ของคุณได้ โดยการใช้ RESTful API เพื่อกำหนดค่าและการตรวจสอบสถานะต่าง ๆ ของ NGINX อินสแตนท์ อย่างรวดเร็วและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของ DevOps

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม https://www.nginx.com/products/nginx-instance-manager
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) อีเมล :
บริษัทมีการใช้คุกกี้บนเว็ปไซต์ของบริษัทในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็ปไซต์และตรงตามความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้