นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยประเมินว่า ขณะนี้มัลแวร์ทั้งหมดใช้การเข้ารหัสเพื่อซ่อนการตรวจจับจากอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย
ซึ่งการมีความสามารถในการมองเห็นภายในแพ็คเก็ตที่เข้ามาในแอปพลิเคชันของคุณหรือออกไปจากเครือข่ายของคุณเป็นสิ่งสำคัญ…แต่ก็เป็นเพียงขั้นตอนแรกเท่านั้น
การเพิ่ม F5 SSL Orchestrator เข้าไปใน Local Traffic Manager ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณมองเห็นภายในแพ็คเก็ตเท่านั้น
แต่ยังมอบความสามารถในการควบคุมทราฟฟิคผ่านระบบ Orchestration ได้ด้วย
การเข้ารหัสและแลนด์สเคปการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในปัจจุบัน
การวิจัยในห้องแล็บของ F5 ระบุว่า หน้าเว็บที่โหลดมาจากเว็บไซต์นับหลายล้านเว็บนั้นมีจำนวนถึง 80% ที่มีการเข้ารหัสข้อมูลเอาไว้ การทำงานเพื่อเข้ารหัสข้อมูลที่ใช้รับ–ส่งกันระหว่าง Servers กับ Clients หรือ Transport Layer Security (TLS) กลายเป็นสิ่งปกติที่องค์กรทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรมนำไปใช้งานเนื่องจากหลายๆ ปัจจัยด้วยกัน ได้แก่ กฎระเบียบด้านการป้องกันภัยให้ข้อมูลของสหภาพยุโรป (GDPR), การจัดอันดับผลการค้นหาเว็บโดย Google, การเตือนเบราว์เซอร์ของเว็บไซต์ HTTP ที่ไม่เข้ารหัส และการให้ความสำคัญในเรื่องความเป็นส่วนบุคคลที่เพิ่มมากขึ้น เป็นต้น

ในขณะที่การเข้ารหัสทราฟฟิคช่วยเพิ่มระดับความสามารถในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ข้อมูล แต่ก็ก่อให้เกิดผลลบได้เช่นกัน เนื่องจากมีปริมาณภาระงานมากขึ้นและอาจได้รับอันตรายจากมัลแวร์ที่ซ่อนอยู่ในทราฟฟิคที่มีการเข้ารหัสไว้ ซึ่งสร้างภาระให้กับองค์กรในการสรรหาโซลูชันที่มีประสิทธิภาพมาใช้ เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐาน IT ยังคงทำงานรวดเร็วและพร้อมใช้งานตลอดเวลา อีกทั้งยังต้องป้องกันภัยและรักษาข้อมูลส่วนตัวได้อย่างรัดกุม
คุณไม่สามารถตอบโต้กับสิ่งที่คุณมองไม่เห็น
การเข้ารหัสทราฟฟิคเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการป้องกันการถูกดักโจมตีระหว่างทางเพื่อดูหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล อย่างไรก็ตาม การเข้ารหัสก็สามารถทำให้อุปกรณ์ตรวจสอบหรือวิเคราะห์ความผิดปกติไม่สามารถมองเห็นทราฟฟิคเหล่านั้นไปด้วยเช่นกัน การเข้ารหัสและการถอดรหัสของทราฟฟิคจะต้องใช้พลังงานในการประมวลผลอย่างมาก ดังนั้นโซลูชันการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบตรวจจับการบุกรุก (IDS/IPS), Malware Sandbox, Next-gen Firewall (NGFW) และอื่น ๆ ไม่สามารถถอดรหัสได้ทั้งหมดหรือทำได้แต่ใช้ประสิทธิภาพมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นทราฟฟิคในการเข้าชมแอปพลิเคชันขององค์กรหรือการเข้าอินเทอร์เน็ตจากภายในองค์กร คุณจำเป็นต้องมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดเพื่อให้สามารถมองเห็นทราฟฟิคได้อย่างเต็มศักยภาพ
ความท้าทายในการตรวจสอบทราฟฟิคขาออก
เป็นที่ทราบกันดีว่ามัลแวร์เป็นอันตราย แต่โดยปกติแล้วระบบป้องกันแบบหลากหลายชั้นจะสามารถระบุและหยุดการแพร่กระจายมัลแวร์ไปยังผู้ใช้และอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ หรือจากการกรองข้อมูล มัลแวร์สามารถติดมาจากแหล่งต่างๆ เช่น เว็บไซต์ที่เป็นอันตรายหรืออีเมลฟิชชิ่ง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องตรวจสอบการส่งข้อมูลออกไปข้างนอกเครือข่ายเพื่อไม่ให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลออกจากสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ ซึ่งกลายเป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะผู้โจมตีแทบทุกรายในปัจจุบันใช้ช่องทางที่มีการเข้ารหัสในการซ่อนการติดต่อของมัลแวร์ไปยัง C&C Server
ความท้าทายในการตรวจสอบทราฟฟิคขาเข้า
การตรวจสอบทราฟฟิคขาเข้าก็เป็นเรื่องยุ่งยากเช่นกัน แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์เป็นสิ่งจำเป็นของธุรกิจ โดยผลการสำรวจที่ระบุในรายงานของ F5 Labs 2018 Application Protection Report พบว่า 34% ของเว็บแอปเป็นภารกิจที่จำเป็นขององค์กร ดังนั้น เมื่อแอปพลิเคชันเป็นสิ่งจำเป็น คุณจึงต้องใช้โซลูชันรักษาความมั่นคงปลอดภัย อาทิ Web Application Firewall (WAF) หรือ IDS/IPS เพื่อกรองทราฟฟิคที่ไม่พึงประสงค์ นอกจากอุปกรณ์ตรวจสอบการโจมตีแล้ว คุณอาจจะต้องรันทราฟฟิคของแอปผ่านทางเอ็นจิ้นวิเคราะห์ข้อมูลหรือโซลูชันที่บันทึกการใช้งานของลูกค้าอีกด้วย ซึ่งโซลูชันเหล่านี้จะนำเสนอคุณสมบัติเฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน แต่การถอดรหัสไม่สามารถทำได้แบบแยกแต่ละโซลูชัน
คุณประโยชน์ของการมองเห็นทราฟฟิค
นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงปลอดภัยประเมินว่า ขณะนี้มัลแวร์ทั้งหมดใช้การเข้ารหัสเพื่อซ่อนการตรวจจับจากอุปกรณ์รักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อค้นหาและกำจัดมัลแวร์ เมื่อใช้กลยุทธ์การป้องกันในเชิงลึก ผู้ดูแลระบบจำนวนมากใช้โซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยในแบบอนุกรมเพื่อป้องกันมัลแวร์ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นวิธีที่ไม่ค่อยได้ผลและยังเป็นการเปิดประตูให้ทราฟฟิคที่ประสงค์ร้ายผ่านเข้ามาทางโซลูชันรักษาความมั่นคงปลอดภัย โดยสรุปก็คือคุณต้องการความมั่นคงปลอดภัยแต่ก็ไม่อาจยอมให้ประสิทธิภาพของเว็บ ทราฟฟิคย่อหย่อนลง
ลบพิษภัยของมัลแวร์
โซลูชัน SSL/TLS จะทำการถอดรหัสทราฟฟิคและส่งไปยังอุปกรณ์การตรวจสอบซึ่งนับว่าเป็นขั้นตอนแรกที่ดีในการลดผลกระทบจากมัลแวร์ อย่างไรก็ตาม อาจมีความล่าช้าเกิดขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นหากการเข้าถึงบางประเภทซึ่งไม่จำเป็นต้องผ่านอุปกรณ์ตรวจสอบ ตัวอย่างเช่น ถ้าทราฟฟิคขาออกคือการเข้าชมเว็บไซต์ที่เป็นที่ยอมรับว่ามั่นคงปลอดภัย และโซลูชันการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล (DLP) ตรวจไม่พบข้อมูลสำคัญหรือเป็นความลับ บางครั้งการเข้าชมนั้นก็ยังคงต้องผ่าน NGFW หรือ IDS แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีความสามารถในการกำหนดเส้นทางการเข้าชมเว็บให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของคุณ
Perfect Forward Secrecy และเปลี่ยนรหัสฉับไว
โปรโตคอล TLS มีการเฝ้าระวังแบบ Passtive ที่เรียกว่า Perfect Forward Secrecy (PFS) Protection ซึ่งมีการปรับปรุงการแลกเปลี่ยนคีย์โดยการใส่คีย์ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละเซสชันที่ผู้ใช้สร้างขึ้น PFS การันตีได้ว่าผู้โจมตีจะไม่สามารถกู้คืนคีย์ใดๆ และถอดรหัสการสนทนาที่ถูกบันทึกไว้นับล้านๆ บทสนทนาได้
เนื่องจาก PFS เป็นมาตรฐานตามหลักปฏิบัติเนื่องจากเป็นวิธีเดียวที่ได้รับอนุญาตภายในโปรโตคอล TLS 1.3 คุณจึงต้องมีการเตรียมโซลูชันสำหรับรับมือข้อจำกัดดังกล่าว ก่อนหน้านี้ การเข้ารหัสด้วย RSA keys คุณต้องแลกเปลี่ยนคีย์กับคีย์อื่นๆ ของโซลูชัน แต่การเข้ารหัสแบบ PFS จะใช้กุญแจหรือคีย์เข้ารหัสที่ไม่ซ้ำกันสำหรับแต่ละเซสชัน F5 SSL Orchestrator สามารถถอดรหัสและส่งต่อข้อความที่ไม่มีการเข้ารหัสไปยังอุปกรณ์รักษาความมั่นคงปลอดภัย หรือสามารถเปลี่ยนแปลงการเข้ารหัสไปเป็นโปรโตคอล TSL 1.2 กับคีย์ RSA ทางเลือกที่สองนี้จะช่วยให้ไม่มีข้อมูลที่ไม่ถูกเข้ารหัสปรากฎอยู่ในระบบเครือข่ายเลย ในณะที่ยังคงช่วยให้อุปกรณ์รักษาความมั่นคงปลอดภัยสามารถตรวจสอบข้อมูลที่เข้ารหัสด้วยโปรโตลคอล TLS1.3 ได้
แม้ว่าจะยังไม่พบช่องโหว่ในการเข้ารหัสแบบ Elliptical Curve Ciphers ที่บังคับใช้เมื่อใช้เทคนิค PFS แต่สิ่งที่ปลอดภัยในวันนี้ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยไปตลอด การวิจัยเรื่องความมั่นคงปลอดภัยและเครื่องมือในการแฮ็กข้อมูลยังคงพัฒนาความก้าวหน้าพอๆ กับพลังของคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะทำให้ช่องโหว่ปรากฏออกมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การมีจุดควบคุมแบบรวมศูนย์กลางสำหรับการถอดรหัสและเข้ารหัสจะช่วยให้การเปลี่ยนวิธีการเข้ารหัสทำได้ง่ายขึ้น
การมองเห็นทราฟฟิคยังไม่เพียงพอ การควบคุมผ่านระบบ Orchestration คือหัวใจสำคัญ
ความสามารถในการมองเห็นภายในแพ็คเก็ตที่เข้ามาในแอปพลิเคชันของคุณหรือออกไปจากเครือข่ายของคุณเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็เป็นเพียงขั้นตอนแรกเท่านั้น การจัดการกับการเชื่อมต่อแบบอนุกรมหรือการกำหนดค่าเพื่อจัดการการถอดรหัสลับ/การเข้ารหัสลับทั่วทุกระดับชั้นการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ นโยบายที่กำกับการใช้งานบางสิ่งย่อมมีข้อยกเว้นอยู่ด้วยเสมอ F5 SSL Orchestrator นำเสนอทั้งการมองเห็นทราฟฟิคในระดับที่ครอบคลุมสูงสุด
ระบบ Orchestration จัดให้มีการควบคุมการรับส่งข้อมูลหรือทราฟฟิคตามนโยบายเพื่อให้บริการตามสภาพความเสี่ยงและสภาพเครือข่ายแบบไดนามิก SSL Orchestrator สามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดเพื่อควบคุมการรับส่งข้อมูลขาเข้าและขาออกไปยังอุปกรณ์รักษาความมั่นคงปลอดภัยโดยอาศัยอำนาจในการเป็น Proxy เต็มรูปแบบทั้ง SSL/TLS และ HTTP และในขณะที่การเข้าชมเว็บส่วนใหญ่น่าจะใช้โปรโตคอล HTTPS SSL Orchestrator จะช่วยให้คุณจัดการกับการถอดรหัสและการเข้ารหัสลับอย่างชาญฉลาดกับการรับส่งข้อมูลประเภทอื่นๆ ด้วย เช่น STARTTLS ภายใน FTP, IMAP, POP3 และ ICAP ไม่มีผลิตภัณฑ์อื่นๆ สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ นั่นคือเหตุผลที่โซลูชัน SSL/TLS อื่นๆ ไม่มีการป้องกันแอปพลิเคชันและเครือข่ายของคุณอย่างครอบคลุม
ผู้สนใจในผลิตภัณฑ์ของ F5 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด โทร. +66 2032 9999 อีเมล :
AWAKE
The NDR Security Division of ARISTA
Arista Networks ได้มีวิสัยทัศน์มุ่งเน้นการนำเสนอ Next-Generation Networking Solution ในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อช่วยให้การทำงานภายในองค์กรได้รับผลประโยชน์ เช่น การลดความซับซ้อนในขั้นตอนการติดตั้ง การขยายอุปกรณ์อย่างง่ายดายและได้รับการรักษาความปลอดภัยภายในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Arista Network นำเสนอ Network Detection and Response (NDR) Platform โดยใช้ Awake Security Platform เข้ามาเสริมประสิทธิภาพของระบบ Network โดยใช้ระบบ artificial intelligence (AI) เสริมกับความเชี่ยวชาญของมนุษย์ เพื่อวิเคราะห์และตอบสนองภัยคุกคามของระบบทั้งภายในและภายนอกโดยอัตโนมัติ
Awake platform ได้รับการยอมรับและมอบค่า ROI ที่โดดเด่นระหว่างคุณสมบัติ และต้นทุนในตลาด NDR เป็นอันดับ 1 โดย Enterprise Management Associates (EMA) นอกจากนี้ Awake ยังได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านผู้นำทางเทคนิค NDR รวมถึง Emerging Technology Research, IT Central Station และ Frost & Sullivan ในปี 2019 Awake ได้รับรางวัล Visionary Innovation Leadership Award จาก Frost & Sullivan ในด้านนวัตกรรม ความพึงพอใจของลูกค้าในระดับสูงและประสิทธิภาพโดยรวม
ในปัจจุบัน Attacker ได้พัฒนารูปแบบการโจมตีในลักษณะต่างๆ ซึ่งไปไกลกว่า Malware, supply chain threats, inside attacked และใช้กลยุทธ์แบบใหม่ๆ เพื่อท้าทายความสามารถในการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในองค์กร ในขณะเดียวกันมีระบบ Network ใหม่ๆ เกิดขึ้นด้วย เช่น Cloud Infrastructure, IOT หรือ Third-Party devices เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อ Security Team ในองค์กรในมุมมองของทักษะ ความชำนาญในระบบซึ่งต้องใช้เวลาในการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้รักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น ในการจำแนกพฤติกรรมระหว่าง Good, Bad และ Normal
Awake Security Platform ถูกสร้างและพัฒนามาเพื่อวิเคราะห์ระบบ Network เชิงลึกโดยมี “Awake Sensor” ในการตรวจจับซึ่งสามารถใช้งานได้กับระบบ Network แบบใหม่ๆ เช่น DC Network, Campus Network, IOT รวมไปถึง Cloud Network ซึ่งจะไม่เหมือนกับ NDR Solution แบบทั่วไป ซึ่ง Awake สามารถรองรับได้มากกว่า 3,000 โปรโตคอล และสามารถประมวลผลได้ตั้งแต่ Layer 2 – Layer 7 นอกจากนั้นสามารถวิเคราะห์การรับส่งข้อมูลที่มีการเข้ารหัสได้
“Awake’s EntityIQ” Technology เป็นส่วนหนึ่งของ Platform ซึ่งจะใช้ข้อมูลที่ได้รับจาก Awake Sensor เพื่อสร้าง Profile แบบอัตโนมัติ เช่น อุปกรณ์, ผู้ใช้, application เพื่อนำมาวิเคราะห์การใช้งานและตรวจสอบย้อนหลังได้ เป็นต้น

Awake Nucleus เป็นส่วนที่รับข้อมูลและรวบรวมข้อมุลจากส่วนต่างๆ จะใช้ Machine Learning ในการตรวจจับความผิดปกติหรือภัยคุกคามโดยมี Awake’s Adversarial Modeling ช่วยในการวิเคราะห์ความผิดปกติที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคจาก Attacker เพื่อรวบรวมข้อมูลและสนับสนุนข้อมูลเชิงลึก ก่อนจะส่งต่อไปยังระบบ “AVA” The Awake Exert System ซึ่งเป็นระบบ AI-Base Security เจ้าแรกของโลกที่ช่วยในการตรวจสอบวิเคราะห์และตามหาภัยคุกคามแบบอัตโนมัติ


Awake Platform Security (NDR Solution) จะช่วยยกระดับความปลอดภัยในองค์กรของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีระบบ AI ช่วยในการวิเคราะห์ ตรวจสอบและค้นหา ภัยคุกครามในรูปแบบต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีการโจมตีในรูปแบบต่างๆ จาก Attacker ที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น Awake จึงเป็น Platform ที่ช่วยตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
Integrations
Awake Security Platform สามารถเชื่อมต่อกับ Solution เดิมเพื่อเพิ่มความสามารถรวมถึงระบบ SIEM โดยจะเพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์ ตรวจจับและจัดการด้านความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Awake ยังรองรับ API เต็มรูปแบบสำหรับการทำ workflow และการ Integrations ในรูปแบบต่างๆมากขึ้น เช่น การ Integration กับ SIEM ช่วยให้นักวิเคราะห์เปลี่ยนการวิเคราะห์แบบ IP หรือ Email ไปเป็นลักษณะ Device ของผู้ใช้งาน, Roles, OS และ Application เพื่อง่ายต่อการจัดการได้ในคลิ๊กเดียว สำหรับภัยคุกคามด้านความปลอดภัย

ดูการสาธิตได้ที่ https://awakesecurity.com/videos/overview-video/
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Arista Network ได้ที่วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) โทร. 0-2032-9999 อีเมล
Nutanix, Hero Product of the week :
กิจกรรมการแนะนำ โปรดักซ์นูทานิคซ์ ประจำสัปดาห์ สำหรับ ฮีโร่โปรดักซ์ ที่เข้ามาช่วยปกป้องดาต้าเซ็นต์เตอร์ของ Nutanix ในวันนี้คือ

Nutanix Flow : Advanced Networking and Application Centric Network Security เป็นโซลูชั่นที่อยู่บนพื้นฐานของ Nutanix Enterprise Cloud Platform ซึ่งทำหน้าที่ให้บริการด้าน Network & Security ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นและเข้าใจระบบเครือข่ายพื้นฐานที่เชื่อมต่ออยู่ ปกป้องแอพพลิเคชั่นที่ทำงานจากภัยคุกคาม รวมถึงการสร้างระบบออโตเมชั่นสำหรับ Network ขององค์กร Flow มาพร้อมกับความสามารถ Microsegmentation ซึ่งช่วยปกป้อง VMs และแอพพลิเคชั่นจากภัยคุกคามที่แพร่กระจาย หรือโจมตีจากเครื่องสู่เครื่องด้วยการกำหนด Security Policy ในระดับ VMs สำหรับการติดต่อสื่อสารระหว่างระบบที่ทำงานทั้งภายในสภาพแวดล้อมของ Nutanix หรือติดต่อสื่อสารไปยังภายนอกด้วย Native Stateful VM Firewall
--
สำหรับ Nutanix ผู้นำทางด้านโซลูชัน Hyper-Converged Infrastructure (HCI) ที่ได้มีการพัฒนาโซลูชันใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี Enterprise Cloud แล้วในปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้าน Data Center Infrastructure ให้สามารถติดตั้งใช้งานและบริหารจัดการได้อย่างง่ายดาย เสมือนยกบริการ Cloud ชั้นนำมาไว้ภายใน Data Center ของคุณ
สำหรับ Partner ที่สนใจสินค้า Nutanix หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ้งเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
Email :
Nutanix Elevate Partner Program พร้อมกับ 4 บริการของ VST ECS (Thailand)
พาร์ทเนอร์โปรแกรมล่าสุดจาก Nutanix ที่ปรับปรุงขึ้นให้พาร์ทเนอร์ได้ประโยชน์สูงสุดจากการขาย การทำตลาด และการเรียนรู้โซลูชั่นต่างๆ ของ Nutanix
พร้อมกับ 4 บริการของ VST ECS (Thailand)
สำหรับ Partner หรือผู้ที่สนใจเข้าร่วม Nutanix Elevate Partner Program สามารถสมัครหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ้งเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย อีเมล
บริษัทมีการใช้คุกกี้บนเว็ปไซต์ของบริษัทในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็ปไซต์และตรงตามความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้