
ความร่วมมือของทั้งสองบริษัท Nutanix และ HPE เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน ปี 2019 โดยได้มีการลงนามเซ็นต์สัญญาความร่วมมือพัฒนาโซลูชั่นด้าน IT Enterprise ร่วมกัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างทางเลือกที่มากขึ้นให้กับองค์กรต่างๆ ในการนำโซลูชั่น Enterprise Cloud Platform จาก Nutanix ไปใช้งาน โดยความร่วมมือในครั้งนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 โซลูชั่น คือ
ทั้งนี้ทีมวิศวกรจากทั้ง 2 บริษัทได้มีการทำงานร่วมกันเพื่อให้มั่นใจว่าแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ที่นำเสนอนั้น สามารถใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ Enterprise Cloud ของ Nutanix ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังรองรับการใช้งานได้หลากหลาย Workload ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในรูปแบบ Private Cloud, End-User Computing หรือการใช้งานร่วมกับ Database Software และ Mission Critical Application ได้เป็นอย่างดี พร้อมมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ครบครัน ทั้งจากชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ที่ผ่านการทดสอบมาเป็นอย่างดี และระบบ Management and Security software ที่ช่วยให้การใช้งานมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น สามารถลดภาระในการดูแลระบบให้ผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี
ผู้สนใจในผลิตภัณฑ์ของ Nutanix สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โทร. +66 2032 9999
Email :


อ้างอิงรูปภาพ: https://www.nginx.com/products/nginx-controller/
เรามาถึงจุดที่การขับเคลื่อนธุรกิจที่ต้องพึ่งพาแอปพลิเคชันเป็นหลัก เพราะเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย นั่นคือมุมมองหนึ่งจากทางฝั่งผู้พัฒนาแผนธุรกิจ ในฝั่งของผู้พัฒนาแอปพลิเคชันก็ต้องพัฒนาตัวแอปพลิเคชัน ให้ทันกับความต้องการทางธุรกิจเช่นกัน เพื่อสอดคล้องกับการแข่งในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการลดเวลาการ Deploy ตัวแอพพลิเคชั่น หรือทำยังไงก็ได้ ให้แอปพลิเคชันส่งตรงถึงผู้ใช้งาน หรือกลุ่มลูกค้าให้เร็วที่สุด
NGINX ถูกออกแบบให้เป็นซอฟต์แวร์แบบ All-in-one ที่สามารถนำไปปรับใช้ในรูปแบบ Load Balancer และ API Gateway โดยทีมนักพัฒนาแอปพลิเคชัน และทีม DevOps ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย
เมื่อพูดถึงเรื่องระบบบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ (Centralization Management) NGINX Solution ก็ยังมีอีกหนึ่งตัวช่วย ที่จะทำให้การบริหารจัดการ NGINX Plus หลาย Instance ในเวลาพร้อมๆ กันนั้นเป็นเรื่องง่าย ซึ่งก็คือ NGINX Controller
ทำไมต้องใช้ NGINX Controller?

• ถ้าต้องการ “ลดเวลาการ Deploy แอปพลิเคชัน จากที่เคยใช้เวลาร่วมเดือน ให้เหลือหลักนาที”
NGINX Controller รองรับการใช้งานผ่านทาง API ทำให้ช่วยลดเวลาในการ Deploy แอปพลิเคชัน อีกทั้งยังทำงานร่วมกับระบบ CI/CD, เครื่องมือ Automation ต่างๆ ซี่งเครื่องมือเหล่านี้ก็ทำงานร่วมกับ NGINX Controller ได้เป็นอย่างดี

• ถ้าต้องการ “เห็นประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมทั้งหมดของ NGINX Plus หลายๆ Instance”
NGINX Plus ที่ถูกบริการจัดการโดย NGINX Controller จะมีการรายงานค่าการทำงาน รวมถึงสถานะต่างๆ ไปยังระบบของ NGINX Controller ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถเห็นภาพรวมข้อมูลการทำงานทั้งหมดของ NGINX Plus ได้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญของผู้ดูแลระบบ

• ถ้าต้องการ “จัดการเรื่องของ API Solution”
NGINX Controller สามารถที่จะจัดการ Resource ต่างๆ ของ API ได้ เพราะการ Deploy API ค่อนข้างมีวิธีการที่ซับซ้อน แต่ด้วยระบบ GUI ของ NGINX Controller ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย จะช่วยให้การจัดการ API Solution เป็นเรื่องง่ายขึ้นไปด้วย

• ถ้าต้องการ “จัดการเรื่องความปลอดภัยไปพร้อมๆ กับ การ Deploy แอปพลิเคชัน”
การที่จะให้บริการแอปพลิเคชันไปยังผู้ใช้ภายนอก หรือบนอินเทอร์เน็ตนั้น เราจะต้องเสริมเกราะป้องกันด้านความปลอดภัยไปด้วย เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่า อาจจะมีผู้ไม่หวังดีมุ่งที่จะโจมตีมายังแอปพลิเคชันของเราได้ตลอดเวลา NGINX Controller ถูกออกแบบมาให้สามารถจัดการ Policy Web Application Firewall (WAF) ที่จะช่วยเสริมความปลอดภัยของแอปพลิเคชันของเราได้ เช่น การป้องกันโจมตี OWASP Top 10 เป็นต้น
โดยสรุปแล้ว NGINX Controller เป็นหนึ่ง Solution ที่จะมาช่วยบริหารจัดการ NGINX Plus แบบรวมศูนย์ โดยที่การใช้งานทุกอย่างทำผ่านหน้าเว็บ ใช้งานง่าย ซึ่งจะช่วยให้การตั้งค่า NGINX Plus ให้เป็น Load Balancer และ API Gateway รวมถึงจัดการ Policy ด้านความปลอดภัย เป็นเรื่องง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถแสดงผลข้อมูลภาพรวมการทำงานของ NGINX Plus ได้อีกด้วย
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม:
https://www.nginx.com/products/nginx-controller/
https://docs.nginx.com/nginx-controller/
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นสินค้าไอที ได้ที่บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่าย F5 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โทร. +66 2032 9999 อีเมล :
HPE ProLiant DX แพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ เพื่อรองรับการใช้งาน Nutanix Enterprise cloud platform โดยเฉพาะ
HPE ProLiant DX แพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ Nutanix และ HPE เพื่อรองรับการใช้งาน Nutanix Enterprise Cloud Platform โดยเฉพาะ โดยแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ที่นำเสนอนี้ได้ผ่านการทดสอบ และรับรองจากทั้ง HPE และ Nutanix พร้อมบริการหลังการขายร่วมกันแบบครบวงจร ซึ่งความพิเศษของ ProLiant DX คือ มีตัวเลือกในส่วนของ Hardware ที่หลากหลาย สามารถเลือกคอนฟิกูเรชันได้ทั้งในส่วนของ CPU Intel และ AMD EPYC processors, Memory และประเภทของสตอเรจไม่ว่าจะเป็น All Flash, Hybrid หรือ NVMe เพื่อรองรับความต้องการทุกรูปแบบขององค์กร พร้อมระบบ Advance Management จาก HPE ด้วย HPE iLO, HPE OneView และ HPE InfoSight ระบบที่ช่วยให้การบริหารจัดการมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant DX360 Gen10 เซิร์ฟเวอร์ขนาด 1U ที่รองรับ CPU จำนวน 2 Socket ในตระกูล Intel® Xeon® Scalable สูงสุด 28 Core, 2933 MT/s และรองรับการใช้งาน HPE DDR4 SmartMemory สูงสุดที่ 3.0 TB เหมาะสำหรับการคอนฟิกูเรชันเพื่อการใช้งานที่หลากหลายในสภาพแวดล้อมที่มีพื้นที่จำกัด โดยเราสามารถเริ่มใช้งาน Nutanix ได้จาก 1 Custer ที่ 3 node (DX360 x 3 Server) เพื่อให้รองรับการทำงานบนพื้นฐานของ Nutanix Data Management ที่มีประสิทธิภาพและให้ความสำคัญกับดาต้าสูงสุด

สนใจผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของ Nutanix สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โทร. +66 2032 9999 อีเมล :
NGINX App Protect DoS.

ก่อนหน้านี้ได้นำเสนอ Solution Web Application Firewall สำหรับ NGINX Plus ไปแล้ว นั่นคือ NGINX App Protect ซึ่งทำหน้าที่ในเรื่องของการป้องกันการโจมตีมายัง Web Application ผ่านทางช่องโหว่ต่างๆ ด้วยวิธีการโจมตียอดนิยมอย่างเช่น OWASP top 10 เป็นต้น
สำหรับบทความนี้ทางทีมจะขอนำเสนออีก Solution ที่จะมาช่วยป้องกันการโจมตีอีกรูปหนึ่งที่เรียกว่า DoS/DDoS มายัง Application ซึ่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากโดนโจมตีด้วย DoS/DDoS คือ การเข้าใช้งาน Application ช้าลง หรือ อาจจะใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ซึ่งถ้าหากเราไม่มีระบบมาป้องกันตรงจุดนี้ จะก่อให้เกิดผลกระทบกับความน่าเชื่อถือของ Application หรือร้ายแรงไปกว่านั้น ลูกค้าอาจจะเปลี่ยนไปใช้ Application ของคู่แข่งแทนก็เป็นได้
F5 Networks บริษัทชั้นนำทางด้านระบบเพิ่มประสิทธิภาพ Application รวมถึงป้องการโจมตีมายัง Application ได้นำเสนอโซลูชั่น ที่จะเข้ามาช่วยปกป้องความปลอดภัยจาก Cyber Security ต่างๆ ที่มุ่งโจมตีด้วยวิธี DoS/DDoS มาที่ Application ของลูกค้าด้วย NGINX App Protect DoS.
ทำไมต้องใช้ NGINX App Protect Denial of Service?
NGINX App Protect Denial of Service ถูกออกแบบมาให้ง่ายต่อการทำงานร่วมกับ NGINX Plus ทำให้ง่ายในเรื่องของการ Integration และประหยัดเวลา

NGINX App Protect Denial of Service มีคุณสมบัติเด่น คือ สามารถป้องกันการโจมตี Layer 7 DoS ที่ตรวจจับได้ยากผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ และการตรวจสอบสุขภาพของ Application เพื่อลดการเกิด False positive
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม:
https://www.nginx.com/products/nginx-app-protect/denial-of-service/
https://docs.nginx.com/nginx-app-protect-dos/
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์และโซลูชันสินค้าไอทีได้ที่บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่าย F5 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โทร. +66 2032 9999 อีเมล :
บริษัทมีการใช้คุกกี้บนเว็ปไซต์ของบริษัทในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็ปไซต์และตรงตามความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้