F5 NGINX Controller สำหรับการจัดการแอปพลิเคชันบน Multi Cloud ได้ง่ายประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด
Application Delivery Infrastructure for Multi-Cloud Enterprises
ปัจจุบันมีองค์กรมากกว่า 87% ที่ต้องปรับรูปแบบการทำงานและการบริการแอปพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อให้รองรับเรื่องการทำ Digital Transformation ซึ่งทำให้หลายแพลตฟอร์มคลาวด์ (Multi-Cloud) มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ดังนั้นสำหรับหลายๆ องค์กรจึงไม่ได้ยึดติดอยู่กับระบบคลาวด์ที่ใดที่หนึ่ง โดยสามารถเลือกที่จะใช้ระบบคลาวด์ ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละแอปพลิเคชั่นเพื่อให้บริการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
เมื่อการให้บริการแอปพลิเคชั่นมีการเติบโตที่มากขึ้น พร้อมกับการดำเนินธุรกิจที่เติบโตเช่นกัน ดังนั้นภัยคุกคามด้านความปลอดภัยและความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพก็จะตามมาเช่นกัน ทำให้ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นต้องท้าท้ายกับการบริการจัดการโครงสร้างของแอปพลิเคชั่นที่มีความซ้ำซ้อนมากขึ้น ในการจัดการประสิทธิภาพที่ต้องดีอยู่สม่ำเสมอและนโยบายการกระจายโหลดงานสำหรับแอปพลิเคชั่นข้ามระบบคลาวด์หรือไฮบริดคลาวด์
F5 Solution ช่วยได้อย่างไร?
สำหรับ F5’s NGINX Controller คือซอฟต์แวร์ระบบกระจายโหลด (Software Load Balancer) ที่จะช่วยให้เกิดความสามารถในเรื่องขนาดที่เล็กแต่มีประสิทธิภาพ (Lightweight) และความยืดหยุ่น (Flexible) ในการใข้งานได้อย่างเหมาะสม ในส่วนของ NGINX Load Balancer ง่ายต่อการทำงานร่วมกับเครื่องมือในการสั่งการแบบอัตโนมัติ (Automation toolchain) ช่วยในการควบคุม (Control Panel) สำหรับจัดการการตั้งค่าตัวรับปริมาณโหลด (Workloads) ส่งผลทำให้ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นสามารถสร้างและปรับใช้งานนโยบายความปลอดภัยต่างๆ และประสิทธิภาพให้สอดคล้องกันบนหลายแพลตฟอร์มคลาวด์ (Multi Cloud) ได้อย่างเหมาะสม
การใช้งาน NGINX Controller สามารถใช้งานผ่าน GUI สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ผู้ดูแลระบบ หรือจะใช้งานผ่าน API สำหรับกลุ่มนักพัฒนาแอปพลิเคชั่น นำไปทำงานร่วมกับเครื่องสั่งงานแบบอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากสถาปัตยกรรมข้างต้นให้เห็นว่า ในแพลตฟอร์ม BIG-IP ช่วยให้การรักษาความปลอดภัย ช่วยถอดรหัสการเข้ารหัสและเพิ่มประสิทธิภาพได้แบบ Multi-tenant ให้กับแอปพลิเคชั่นที่มีความสำคัญสำหรับธุรกิจ ด้วยการบริหารจัดการผ่าน BIG-IQ ในส่วนของแพลตฟอร์ม NGINX จะมี NGINX Plus ช่วยในการบริหารจัดการให้กับแต่ละแอปพลิเคชั่นแบบ Single-tenant ด้วยการบริหารจัดการ ADC, API Management และ App Sec Solution ด้วย NGINX Controller ซึ่งทำให้การจัดการแอปพลิเคชั่นบนหลายแพลตฟอร์มคลาวด์ (Multi Cloud) ได้ง่าย มีความยืดหยุ่น ความปลอดภัยสูงสุดและประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) อีเมล :
Nutanix Modernize your datacenter จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการใช้งานระบบโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม ซึ่งไม่สามารถปรับให้ทันกับความต้องการของธุรกิจได้ อีกทั้งรูปแบบการจัดการแบบเดิม ยังทำให้เกิด Latency มากเกินไปและยังต้องใช้บุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการแก้ปัญหา ด้วยเหตุนี้ Traditional Data Center แบบเดิมๆ จึงไม่ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน

Nutanix HCI Solution พัฒนาบนพื้นฐานของซอฟท์แวร์ 100% เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบเต็มรูป
แบบตั้งแต่ Storage, Server, Virtualization, Networking และ Security เพื่อลดความยุ่งยากของการมีอุปกรณ์ และเครื่องมือที่แตกต่างกัน รวมถึงมีการดูแลจัดการจากหน้าจอ Management เดียว ผ่านทาง Web Browser ที่ใช้งานง่าย พร้อมความสามารถพื้นฐาน Auto Failover, Deduplication, Compression, Auto Tiering, Data Protection, Disaster Recovery, Self Healing, Online Expansion, Online Upgrade มาให้เบ็ดเสร็จ เพื่อรองรับการทำงานของแอปพลิเคชั่นได้ทั้งที่เป็น Virtualization, Container และ Physical Server
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Nutanix ได้ที่บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โทร. 0 2032 9999 อีเมล
Dell Latitude 7320 2-in-1 ทางเลือกที่ใช่สำหรับการทำงานแบบ Hybrid Work
Dell Latitude 7320 2-in-1 เป็นเครื่อง Notebook ที่เหมาะสำหรับทำงานแบบ 2-in-1 เนื่องจากสามารถใช้งานได้ทั้งแบบปกติ และแบบ Tablet ด้วยการพับ Keyboard เป็นฐานตั้งหรือพับแนบไปกับด้านหลังของจอเลยก็ได้ โดยตัวจอของเครื่องจะมีขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด FHD 1920 x 1080, 60 Hz นี้ สามารถสัมผัสหน้าจอได้ด้วย

ตัวเครื่องนี้ถูกออกแบบมาให้มีทั้งความสวยงาม ทนทาน โดยสำหรับเครื่อง Notebook แบบทั่วไปจะสามารถเลือกบอดี้ได้ทั้งแบบคาร์บอนไฟเบอร์และแบบอลูมิเนียมด้วยน้ำหนักเริ่มต้น 1.12 กิโลกรัม ในขณะที่เครื่องแบบ 2-in-1 จะเลือกได้เฉพาะแบบอลูมิเนียมเท่านั้น โดยน้ำหนักจะอยู่ที่ 1.39 กิโลกรัม
ตัวสเป็คของเครื่องเองก็มีให้เลือกได้หลากหลาย ดังนี้
• สามารถเลือก CPU 11th Gen Intel Core i5 และ i7 ได้ทั้งแบบรุ่นธรรมดาและแบบ vPro
• สามารถติดตั้ง RAM ได้ตั้งแต่ 4/8/16/32GB
• สามารถติดตั้ง SSD ได้ตั้งแต่ 128GB/256GB/512GB/1TB
• สามารถเลือกระบบปฏิบัติการได้ทั้ง Windows 10 Pro และ Windows 10 Home

นอกจากนี้การเลือกใช้งาน Dell Latitude 7320 2-in-1 สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับกลยุทธ์ของแต่ละองค์กรได้ เช่น ถ้าหาก Application สำหรับใช้ทำงานส่วนใหญ่อยู่บน Cloud แล้ว ตัวเครื่องก็ไม่จำเป็นต้องมีสเป็คที่สูงมากนัก แค่รองรับระบบปฏิบัติการและ Web Browser ทั่วไปได้ก็เพียงพอ ในขณะที่ถ้าหากยังคงต้องการประมวลผลข้อมูลบนตัวเครื่อง เช่น การทำ Business Report หรือการจัดทำเอกสารขนาดใหญ่ ก็สามารถเลือกสเป็คเครื่องให้สูงขึ้นได้
สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อที่ให้มาจะมีดังนี้

1. USD 4.0 Memory Card Reader
2. External uSIM card tray (optional)
3. Thunderbolt™ 4 with Power Delivery and DisplayPort (USB Type-C™)
4. USB 3.2 Gen 1 with Powershare
5. HDMI 2.0 | 6. Wedge-shaped Lock Slot
7. Thunderbolt™ 4 with Power Delivery and DisplayPort (USB Type-C™)
8. Universal Audio Jack | 9. SmartCard Reader (optional)
ตัวเครื่องนี้จะมาพร้อมกับ Wi-Fi 6 รองรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายไร้สายล่าสุดได้ทันที รวมถึงมีออปชันเสริมสำหรับเชื่อมต่อ 4G LTE ได้ โดยอีกจุดเด่นที่น่าสนใจก็คือเรื่องของความมั่นคงปลอดภัย ที่ Dell มีให้ทั้งในระดับของ BIOS และระดับของระบบปฏิบัติการให้เลือกใช้ได้ตามความต้องการ

Dell Latitude 7320 นี้ยังคงความเป็นเครื่องสำหรับใช้ทำงานในธุรกิจองค์กรอย่างเต็มตัว ด้วยการรองรับออปชันเสริมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจอที่มีความละเอียดหลายระดับ, การเข้ารหัสและการสำรองข้อมูล, Software เสริมความมั่นคงปลอดภัย, การแสกนลายนิ้วมือ รวมถึงระยะเวลาประกันตั้งแต่ 3-5 ปีตามแต่ต้องการ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dell Latitude 7320 ได้ที่ https://www.dell.com/en-th/work/shop/cty/pdp/spd/latitude-13-7320-2-in-1-laptop#configurations_section
Dell Server PowerEdge entry level rack and towers (15G) นวัตกรรมสุดล้ำที่ Dell มอบให้สำหรับทุกขนาดของธุรกิจ
Dell Technologies ขับเคลื่อนกลไกลด้านนวัตกรรมการประมวลผลที่สามารถยืดหยุ่นและปรับตัวได้ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านไอทีที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา พร้อมมอบคุณค่าทางธุรกิจแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใด

Dell Technologies ช่วยให้ลูกค้าสามารถสำรวจแนวความคิดด้านดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไปได้ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Server PowerEdge ที่กว้างที่สุด ซึ่งรวมถึง Server ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับสภาพแวดล้อมและการสื่อสารที่สำคัญ จึงนำเสนอ Model 15G :: Processor ที่ปรับโฉมใหม่สู่ 3rd Generation Intel® Xeon® Scalable Processors E-2300
Model 1Socket :: CPU เบอร์แรง Intel® Xeon® E-2334, Intel® Xeon® E-2336 ประกอบไปด้วย 2 model หลักๆ
🔹 Dell PowerEdge T150, T350
🔹 Dell PowerEdge R250, R350
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและชมคลิปวิดีโอได้ที่ https://www.delltechnologies.com/en-us/blog/poweredge-your-innovation-engine-for-businesses-of-all-sizes/
Remark : สินค้า SNS ไม่สามารถออกหนังสือราชการหรือเอกสารใดๆ ได้
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ติดต่อได้ที่
บริษัทมีการใช้คุกกี้บนเว็ปไซต์ของบริษัทในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็ปไซต์และตรงตามความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้