
Windows Server and CALs are the cloud-ready operating system that supports your current workloads while introducing new technologies that make it easy to transition to cloud computing.
ROK Dell Commercial Microsoft Window และ CAL เป็นระบบปฏิบัติการที่พร้อมใช้งานบนคลาวด์ซึ่งรองรับงานประเภทWorkloads ได้เต็มประสิทธิภาพ มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การประมวลผลแบบคลาวด์
หากสนใจสินค้าStock and sale หรือสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อ
สินค้าSNSไม่สามารถออกหนังสือราชการหรือเอกสารใดๆได้นะคะ

For customers with Software Assurance, Azure Hybrid Benefit for Windows Server allows you to use your on-premises Windows Server licenses and run Windows virtual machines on Azure at a reduced cost.
You can use Azure Hybrid Benefit for Windows Server to deploy new virtual machines with Windows OS. This article goes over the steps on how to deploy new VMs with Azure Hybrid Benefit for Windows Server and how you can update existing running VMs.
Detail more for click link : https://docs.microsoft.com/en-us/azure/virtual-machines/windows/hybrid-use-benefit-licensing
หากสนใจสินค้าStock and sale หรือสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อ
Remark :สินค้าSNSไม่สามารถออกหนังสือราชการหรือเอกสารใดๆได้นะคะ

Windows Server ROK 2019 ต่อยอดสู่ Windows Server ROK 2022 โดยพัฒนาเป็นระบบปฏิบัติการระยะยาว
ยกระดับความปลอดภัยที่สูงมากขึ้น (Long-Term Servicing Channel หรือ LTSC)
โดยฟีเจอร์ใหม่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ
✨ ความปลอดภัย ฟีเจอร์หลักคือ secured-core server ยกระดับความปลอดภัยหลายด้าน
✨ การทำงานแบบไฮบริดร่วมกับบริการของ Azure เช่น Azure Arc และ Storage Migration Service เพื่อให้ย้ายงานไป-กลับ ระหว่าง on premise กับ on cloud ได้ดีกว่าเดิม
✨ ฟีเจอร์ด้าน Windows Containers และ Kubernetes โดยฟีเจอร์สำคัญคือลดขนาดภาพ (Image) ลง
Windows Server 2022 ยังขยายการรองรับเครื่องขนาดใหญ่มากๆ เช่น ฐานข้อมูล SQL Server ซึ่ง Dell Server ของ VST ECS มีสินค้าพร้อมจำหน่าย หากสนใจสินค้าStock and stock หรือสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อ
การป้องกันความปลอดภัยให้กับ Real-Time APIs ด้วย NGINX Advanced Security Solution

ถ้าคุณได้ติดตามข่าวสาร เกี่ยวกับเทคโนโลยี ในปัจจุบันดูเหมือนว่า จะเห็นข่าวการละเมิดความปลอดภัยอยู่เสมอ ซึ่งในการละเมิดความปลอดภัยมีรูปแบบการโจมตีบน API มากขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุ เกิดจากที่ Application ในปัจจุบัน มีในการสื่อสารหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันผ่านการใช้งาน API เป็นหลัก ทำให้เป็นช่องทางในการโจมตีได้ง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน
ในรายงาน The State of Application Strategy in 2021 จากทาง F5 Network ผลจากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม มากกว่า 58% บอกว่า พวกเขากำลังสร้างระบบ API สำหรับแอปพลิเคชันสมัยใหม่ (Modernize Applications) ด้วยการเพิ่มขึ้นของ DevOps, Cloud และ Microservice ทำให้แอปพลิเคชันและ APIs ต้องรองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่สามารถขยายตัวได้ง่าย และสามารถทำงานได้ทุกสภาพแวดล้อม อย่างเช่น
API Gateway จะเป็นตัวกลางในการสื่อสารของทราฟฟิค API โดยฟังก์ชันในการทำ Request Routing, Authentication/Authorizing API Client และใช้งาน Rate Limits สำหรับการป้องกันแต่ละ API ของ Services กรณีที่เกิด Overload ในการใช้งาน APIs ซึ่งลูกค้า NGINX จำนวนมากประสบความสำเร็จในการติดตั้ง API Gateway ข้ามระบบสภาพแวดล้อมแบบกระจายตัว (Distributed Environments)
จากรายงาน 2021 Application Protection Report จากทาง F5 Network นั้น เกือบสองในสามของเหตุการณ์ที่ถูกโจมตีและถูกเปิดเผยนั้น สาเหตุเกิดจากมาจาก API ไม่มีกลไกการตรวจสอบสิทธิ์หรือการได้รับอนุญาต (Authentication or Authorization).
โดยที่ NGINX Controller API Management Module ได้มีการเตรียมฟังก์ชันหลากหลายในการป้องกัน API อย่างเช่น
Advanced Security สำหรับ API Management
ตอนนี้ NGINX Controller API Management Module ได้เพิ่มความสามารถในส่วนของ API Security เพื่อป้องกัน APIs Endpoint ให้กับบริการของ Modern Application ได้แบบง่ายๆ และมีความปลอดภัยสูง
Distributed API Security in Any Environment
ด้วยความสามารถของ NGINX Controller App Security เราสามารถติดตั้ง Web Application Firewall (WAF) ในการป้องกัน APIs Endpoint แบบ Multi-Cloud ได้ง่าย ด้วยการเปิดการใช้งานความปลอดภัยบน NGINX API Gateway ที่สามารถติดตั้งได้บนระบบ Public Cloud, Private Cloud, Bare-metal, VMs หรือ Containers.

โดยปกติแล้วในส่วนของ Web Application Firewall (WAF) กับ API Gateway จะถูกติดตั้งแยกกัน เลยทำให้เกิดความซับซ้อน (Complexity) และทำให้แอปพลิเคชันเกิดช้าหรือหน่วง (Latency) ซึ่งในกรณีของ NGINX Controller API Management สามารถใช้งาน Web Application Firewall (WAF) เพื่อทำ API Security ได้สำหรับป้องกันการโจมตีในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มีคุณสมบัติเรื่องของ Lightweight, Platform agnostic และ High Performance.
NGINX Controller App Security ถูกสร้างและพัฒนาจากทีม F5 Security Expertise โดยใส่ความสามารถในเรื่องการป้องกันการโจมตีต่าง ๆ ตามข้อมูลช่องโหว่ของ OWASP API Security Top 10 ร่วมถึงช่องโหว่ทั่วไปที่รู้จักเช่น SQL Injection, Remote Command Execution (RCE) เป็นต้น ทำการเพิ่มในส่วนของ การตรวจสอบ Malformed cookies, JSON, XML และตรวจสอบการอนุญาตให้ใช้งาน File Types ต่าง ๆ พร้อมการตรวจสอบ response status code พร้อมทั้งมีการตรวจสอบ Compliance ตาม HTTP RFCs ที่ถูกต้อง และการตรวจสอบเทคนิคการทำ Evasion เพื่อใช้ในการลบเลี่ยงการตรวจจับการโจมตี
Enhanced Visibility และ Analytics
Controller App Security สามารถดูค่า Metrics ที่หลากหลายและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการโจมตีในรูปแบบที่แตกต่างกัน มีการแสดงถึงภัยคุกคามที่เกิดขึ้นบ่อย (Top WAF Threats) และเป้าหมายของ APIs แสดง Top Signature สำหรับ False Positive Investigations, WAF outcome statistics, และ WAF Violation events ซึ่งจะช่วยให้เห็นในระดับตาม ช่องโหว่เรื่องของ Insufficient Logging & Monitoring vulnerability (API10) ของ OWASP API Security Top 10 2019.
ตัวอย่าง หน้าต่างของ NGINX Controller App Security สำหรับ Metrics ต่าง ๆ




ความยืดหยุ่น และการปรับแต่ง นโยบายความปลอดภัย (Fine-Tuned Policies)
NGINX Controller App Security ช่วยให้เกิดความยืดหยุ่น การปรับแต่งการตั้งค่าที่สามารถควบคุมนโยบายความปลอดภัยได้ง่าย โดยสามารถกำหนดโหมดของความปลอดภัยแบบ Blocking และ Monitoring-Only ได้ ซึ่งในการโหมด Monitoring-Only นั้นเป็นการเก็บข้อมูลการใช้งานของ Malicious Traffic เท่านั้นแต่ยังคงส่งข้อมูลต่อไปให้กับ API Endpoint เช่นเดิม และยังสามารถทำการ Disable ค่าเริ่มต้นของ Signature ได้เพื่อช่วยลด False Positives ได้ง่าย จากภาพที่แสดงด้านล่าง

จากหน้าต่างด้านล่างเป็นรายการของ Signatures ที่มีการ Blocking จากการร้องขอ API Calls เข้ามา ข้อมูลที่แสดงจะทำให้คุณสามารถใช้เป็นรายการหลักหรือความสำคัญของ Signature นำไปปรับแต่งการตั้งค่าเพื่อลดเรื่อง False Positives.

DevOps-Friendly API Security
Controller App Security ช่วยให้คุณเพิ่มขีดความสามารถของ DevOps กำหนดการตั้งค่าต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองและลดขั้นตอนความยุ่งยากในการทำงานร่วมกันระหว่างทีม Security และ DevOps ตลอดจนรองรับการทำงานอัตโนมัติ (automation) ในการทำร่วมกันกับ CI/CD pipeline ได้ง่าย ส่งผลให้รูปแบบการพัฒนาแอบพลิเคชันสมัยใหม่นั้นมีการเพิ่มความปลอดภัยเข้าไปอยู่ใน Software Development Life Cycle (SDLC) ได้สมบูรณ์แบบ

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
https://www.nginx.com/blog/fortifying-apis-with-advanced-security/
https://www.nginx.com/products/nginx-controller/api-management/
https://www.nginx.com/products/nginx-app-protect/
สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ F5 ได้ที่วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) โทร. 0-2032-9999 อีเมล :
บริษัทมีการใช้คุกกี้บนเว็ปไซต์ของบริษัทในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็ปไซต์และตรงตามความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้