Nutanix Modernize your datacenter จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการใช้งานระบบโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม ซึ่งไม่สามารถปรับให้ทันกับความต้องการของธุรกิจได้ อีกทั้งรูปแบบการจัดการแบบเดิม ยังทำให้เกิด Latency มากเกินไปและยังต้องใช้บุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการแก้ปัญหา ด้วยเหตุนี้ Traditional Data Center แบบเดิมๆ จึงไม่ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน

Nutanix HCI Solution พัฒนาบนพื้นฐานของซอฟท์แวร์ 100% เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบเต็มรูป
แบบตั้งแต่ Storage, Server, Virtualization, Networking และ Security เพื่อลดความยุ่งยากของการมีอุปกรณ์ และเครื่องมือที่แตกต่างกัน รวมถึงมีการดูแลจัดการจากหน้าจอ Management เดียว ผ่านทาง Web Browser ที่ใช้งานง่าย พร้อมความสามารถพื้นฐาน Auto Failover, Deduplication, Compression, Auto Tiering, Data Protection, Disaster Recovery, Self Healing, Online Expansion, Online Upgrade มาให้เบ็ดเสร็จ เพื่อรองรับการทำงานของแอปพลิเคชั่นได้ทั้งที่เป็น Virtualization, Container และ Physical Server
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Nutanix ได้ที่บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โทร. 0 2032 9999 อีเมล
Dell Latitude 7320 2-in-1 ทางเลือกที่ใช่สำหรับการทำงานแบบ Hybrid Work
Dell Latitude 7320 2-in-1 เป็นเครื่อง Notebook ที่เหมาะสำหรับทำงานแบบ 2-in-1 เนื่องจากสามารถใช้งานได้ทั้งแบบปกติ และแบบ Tablet ด้วยการพับ Keyboard เป็นฐานตั้งหรือพับแนบไปกับด้านหลังของจอเลยก็ได้ โดยตัวจอของเครื่องจะมีขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด FHD 1920 x 1080, 60 Hz นี้ สามารถสัมผัสหน้าจอได้ด้วย

ตัวเครื่องนี้ถูกออกแบบมาให้มีทั้งความสวยงาม ทนทาน โดยสำหรับเครื่อง Notebook แบบทั่วไปจะสามารถเลือกบอดี้ได้ทั้งแบบคาร์บอนไฟเบอร์และแบบอลูมิเนียมด้วยน้ำหนักเริ่มต้น 1.12 กิโลกรัม ในขณะที่เครื่องแบบ 2-in-1 จะเลือกได้เฉพาะแบบอลูมิเนียมเท่านั้น โดยน้ำหนักจะอยู่ที่ 1.39 กิโลกรัม
ตัวสเป็คของเครื่องเองก็มีให้เลือกได้หลากหลาย ดังนี้
• สามารถเลือก CPU 11th Gen Intel Core i5 และ i7 ได้ทั้งแบบรุ่นธรรมดาและแบบ vPro
• สามารถติดตั้ง RAM ได้ตั้งแต่ 4/8/16/32GB
• สามารถติดตั้ง SSD ได้ตั้งแต่ 128GB/256GB/512GB/1TB
• สามารถเลือกระบบปฏิบัติการได้ทั้ง Windows 10 Pro และ Windows 10 Home

นอกจากนี้การเลือกใช้งาน Dell Latitude 7320 2-in-1 สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับกลยุทธ์ของแต่ละองค์กรได้ เช่น ถ้าหาก Application สำหรับใช้ทำงานส่วนใหญ่อยู่บน Cloud แล้ว ตัวเครื่องก็ไม่จำเป็นต้องมีสเป็คที่สูงมากนัก แค่รองรับระบบปฏิบัติการและ Web Browser ทั่วไปได้ก็เพียงพอ ในขณะที่ถ้าหากยังคงต้องการประมวลผลข้อมูลบนตัวเครื่อง เช่น การทำ Business Report หรือการจัดทำเอกสารขนาดใหญ่ ก็สามารถเลือกสเป็คเครื่องให้สูงขึ้นได้
สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อที่ให้มาจะมีดังนี้

1. USD 4.0 Memory Card Reader
2. External uSIM card tray (optional)
3. Thunderbolt™ 4 with Power Delivery and DisplayPort (USB Type-C™)
4. USB 3.2 Gen 1 with Powershare
5. HDMI 2.0 | 6. Wedge-shaped Lock Slot
7. Thunderbolt™ 4 with Power Delivery and DisplayPort (USB Type-C™)
8. Universal Audio Jack | 9. SmartCard Reader (optional)
ตัวเครื่องนี้จะมาพร้อมกับ Wi-Fi 6 รองรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายไร้สายล่าสุดได้ทันที รวมถึงมีออปชันเสริมสำหรับเชื่อมต่อ 4G LTE ได้ โดยอีกจุดเด่นที่น่าสนใจก็คือเรื่องของความมั่นคงปลอดภัย ที่ Dell มีให้ทั้งในระดับของ BIOS และระดับของระบบปฏิบัติการให้เลือกใช้ได้ตามความต้องการ

Dell Latitude 7320 นี้ยังคงความเป็นเครื่องสำหรับใช้ทำงานในธุรกิจองค์กรอย่างเต็มตัว ด้วยการรองรับออปชันเสริมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจอที่มีความละเอียดหลายระดับ, การเข้ารหัสและการสำรองข้อมูล, Software เสริมความมั่นคงปลอดภัย, การแสกนลายนิ้วมือ รวมถึงระยะเวลาประกันตั้งแต่ 3-5 ปีตามแต่ต้องการ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dell Latitude 7320 ได้ที่ https://www.dell.com/en-th/work/shop/cty/pdp/spd/latitude-13-7320-2-in-1-laptop#configurations_section
Dell Server PowerEdge entry level rack and towers (15G) นวัตกรรมสุดล้ำที่ Dell มอบให้สำหรับทุกขนาดของธุรกิจ
Dell Technologies ขับเคลื่อนกลไกลด้านนวัตกรรมการประมวลผลที่สามารถยืดหยุ่นและปรับตัวได้ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านไอทีที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา พร้อมมอบคุณค่าทางธุรกิจแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใด

Dell Technologies ช่วยให้ลูกค้าสามารถสำรวจแนวความคิดด้านดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไปได้ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Server PowerEdge ที่กว้างที่สุด ซึ่งรวมถึง Server ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับสภาพแวดล้อมและการสื่อสารที่สำคัญ จึงนำเสนอ Model 15G :: Processor ที่ปรับโฉมใหม่สู่ 3rd Generation Intel® Xeon® Scalable Processors E-2300
Model 1Socket :: CPU เบอร์แรง Intel® Xeon® E-2334, Intel® Xeon® E-2336 ประกอบไปด้วย 2 model หลักๆ
🔹 Dell PowerEdge T150, T350
🔹 Dell PowerEdge R250, R350
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและชมคลิปวิดีโอได้ที่ https://www.delltechnologies.com/en-us/blog/poweredge-your-innovation-engine-for-businesses-of-all-sizes/
Remark : สินค้า SNS ไม่สามารถออกหนังสือราชการหรือเอกสารใดๆ ได้
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ติดต่อได้ที่
SAS Omnichannel Analytics for Retails
โซลูชันที่จะมาช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าใจลูกค้า ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจ

การวิเคราะห์ช่องทางการตลาดแบบ OmniChannel สำหรับลูกค้ากลุ่มรีเทล (SAS Omnichannel Analytics for Retails)
ธุรกิจค้าปลีกในวันนี้ต่างประสบกับความท้าทายอย่างมากจากสถานการณ์โควิด19 และด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้ลูกค้ามีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น สามารถเข้าถึงสินค้าหรือร้านค้าได้จากหลากหลายช่องทาง ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง
จากเหตุดังกล่าว การทำความเข้าใจลูกค้าเพื่อให้เข้าถึงความคิดและความต้องการที่แท้จริง รวมไปถึงช่องทางในการสื่อสารถึงลูกค้า จึงมีความซับซ้อนและหลากหลายมากยิ่งขึ้น โซลูชัน Omnichannel Analytics จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยผู้ประกอบการให้สามารถเข้าใจลูกค้าของตนเองได้ดียิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจ ซึ่ง SAS มี Solutions ที่พร้อมจะช่วยผู้ประกอบการ ดังนี้
1. Omnichannel Merchandising Analytics
เป็นการใช้ Optimization เทคนิคมาทำ Analytic วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เพื่อแนะนำกลยุทธ์การตั้งราคาที่เหมาะสมผ่านช่องทางต่างๆ และยังสามารถแนะนำถึงขนาดของสินค้าและ Package ที่เหมาะสมกับช่องทางการขายต่างๆ ได้หลากหลายมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อช่วยเพิ่มยอดขายหรือกำไรให้มากขึ้นในแต่ละช่องทาง
2. Omnichannel Supply Chain Analytics
เป็นการใช้ Analytic มาช่วยจัดการกับ Demand & Supply ตั้งแต่ปลายทาง จากการคาดการณ์ความต้องการสินค้า หรือยอดขายในแต่ละช่วงเวลาและในแต่ละพื้นที่ (Demand Forecast) เพื่อนำมาวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับ Demand ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องย้อนกลับไปถึงต้นทาง คือเรื่องการจัดเตรียมวัตถุดิบในการผลิต การจัดการสินค้าคงคลัง ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อให้การจัดการเกี่ยวกับ Supply Chain มีต้นทุนที่ต่ำที่สุด อีกทั้งทาง SAS ยังมี Procurement Integrity Solution เพื่อช่วยตรวจสอบความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในการจัดซื้อ (Fraud Detection) เพื่อป้องกันการทุจริตหรือความผิดพลาดในการจัดซื้อได้อีกด้วย
3. มอบประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าอย่างครบวงจร
เป็นการใช้ Analytic มาทำความเข้าใจความคิด (Customer Insight) และทำนายพฤติกรรมของลูกค้า ตลอดจนช่วยวิเคราะห์วิธีการตัดสินใจ รวมถึงการทำความเข้าใจแนวทางของลูกค้าหรือ Customer Journey เพื่อมาทำแผนการตลาดส่วนบุคคล (Personalized Marketing) สำหรับการนำเสนอสินค้าหรือบริการที่ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้าแต่ละคน ซึ่ง SAS สามารถใช้ Customer Intelligent 360 Solutions มาช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาการใช้งานโซลูชันได้ที่
บริษัทมีการใช้คุกกี้บนเว็ปไซต์ของบริษัทในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็ปไซต์และตรงตามความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้