TEMPHAWK เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้น
VST ECS (Thailand) ภูมิใจนำเสนอเซ็นเซอร์การตรวจวัดอุณหภูมิ “TEMPHAWK” ตัวเซ็นเซอร์ของ TEMPHAWK สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีการส่งสัญญาณของ Sigfox ที่มีความเสถียรและใช้พลังงานต่ำ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการไม่ต้องติดตั้งตัวส่งสัญญาณเพิ่มเติม ใช้งานง่ายไม่ต้องเสียบปลั๊ก และยังไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ของเซ็นเซอร์ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 5 ปีขึ้นอยู่กับการตั้งค่า โดยผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่ผ่านสมาร์ทโฟน

เซ็นเซอร์จาก TEMPHAWK สามารถตรวจสอบอุณหภูมิได้ตั้งแต่ ลบ 40.00 ถึง 125.00 องศาเซลเซียส และความชื้นตั้งแต่ 0% ถึง 100% ให้ความแม่นยำได้ถึงจุดทศนิยม 2 ตำแหน่ง และได้รับการรับรองจาก FDA ว่าสามารถใช้งานร่วมกับอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างปลอดภัยไม่มีการปนเปื้อน ด้วยเทคโนโลยีนี้ ผู้ประกอบการสามารถติดตั้งเซ็นเซอร์ได้ทั้งกระบวนการตั้งแต่ส่วนการเก็บวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง และในร้านค้าปลีก
คุณสมบัติที่สำคัญของ TEMPHAWK
• ตรวจวัดอุณหภูมิได้ตั้งแต่ ลบ 40.00 ถึง 125.00 องศาเซลเซียส
• ตรวจวัดความชื้นตั้งแต่ 0% ถึง 100%
• บอกค่าได้ละเอียดถึงจุดทศนิยม 2 ตำแหน่ง
• แยกการตั้งเตือนแตกต่างกันในแต่ละเซ็นเซอร์ได้
• ส่งข้อมูลทุก ๆ 10 นาที
• ประหยัดพลังงาน แบตเตอรี่ใช้นานสูงสุด 5 ปีโดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่า
ผู้สนใจในผลิตภัณฑ์ Sigfox สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด อีเมล
Arista CloudVision ระบบการบริหารจัดการเครือข่ายเพื่อช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้งานผ่านระบบ Wi-Fi
Arista นำเสนอระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ CloudVision และอุปกรณ์ Wi-Fi 6 Access point เพื่อช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้งานผ่านระบบ Wi-Fi ด้วยการส่งมอบความสามารถในการตรวจสอบข้อมูล และการรักษาความปลอดภัย ร่วมทั้งบริการระบุตำแหน่ง ผ่านการวิเคราะห์การใช้งาน เพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้าง ไปสู่การใช้งานงานร่วมกันของอุปกรณ์ ioT ต่างๆ การทำงานจากที่บ้าน และระบบประชุมทางไกล
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Arista ได้ที่วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) โทร. 0-2032-9999 อีเมล
F5 Access from Anywhere by SSL VPN
Enable trusted remote access

จากสถานะการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้หลายองค์กรจำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับสถานการณ์ ซึ่งหัวข้อสำคัญคือการที่พนักงานสามารถทำงานได้จากภายนอกสำนักงาน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานจากที่บ้าน หรือตามสถานที่ต่างๆ โดยที่ทางองค์กรต้องการความสามารถในรักษาความปลอดภัยควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์การเข้าใช้งานที่ดี เสมือนกับนั่งอยู่ภายในสำนักงานได้
โดยปัจจัยเสี่ยงที่พบในการใช้งาน VPN โดยทั่วไป มีดังนี้
F5 Networks SSL VPN solution

F5 SSL VPN solution ส่งมอบความสามารถในการใช้งาน SSL VPN และการรักษาความความปลอดภัย ดังนี้
1. End-point Inspection
ด้วยความสามารถในการคัดกรองอุปกรณ์ ทางองค์กรสามารถกำหนดเงื่อนไขของอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้ในการ remote access กลับเข้ามาภายในองค์กรผ่านทาง VPN ได้ ยกตัวอย่าง สามารถกำหนดให้เฉพราะอุปกรณ์ที่มีการลง antivirus และมีการแสกนอุปกรณ์ภายในช่วงเวลา 3 วันเท่านั้น ที่มีสิทธิเข้าใช้งาน SSL VPN

2. Agent & Agentless
สามารถเข้าใช้งานได้ทั้งรูปแบบ Agent และรูปแบบเวป Browser โดยสามารถรองรับได้หลากหลายแพลตฟอร์ม เพื่อตอบสนองการใช้งาน
BIG-IP Edge Client: Windows OS, macOS, and Linux OS
F5 Access: IOS, Android, Chrome
Browser-Based: Chrome, Firefox Edge
3. DTLS Protocol
เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน Voice media ผ่านช่องทางสื่อสารประเภท UDP (Encrypted UDP tunnel) ทำให้ไม่เกิดดีเลย์ พร้อมเสริมการป้องกันด้วยการเข้ารหัสข้อมูล
4. Single Sign-On (SSO)
ระบบการยืนยันตัวบุคคล (Authentication) ของแอฟพลิเคชั่น ช่วยให้สามารถเข้าใช้งานได้หลายระบบ โดยลงชื่อเข้าใช้งานเพียงครั้งเดียว (Login) ซึ่ง F5 Networks สามารถใช้งานร่วมกับโปรโตคอล OCSP, SAML และ OAuth เพื่อรองรับแอฟพลิเคชั่นต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม

5. Multi-Factor Authentication
F5 Networks ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการตรวจสอบยืนยันตัวบุคคลผ่านหลายขั้นตอน นอกจากการใช้การป้อน Username และ Password ซึ่ง F5 Networks สามารถที่จะใช้งานการยืนยันตัวตนร่วมกับ Token ชั้นนำได้เช่น RSAsecureID, Gemalto, Duo และ Token อื่นๆ นอกจากนี้ F5 VPN ยังมีระบบทำ One time password เพื่อเพิ่มความปลอดภัยได้อีกด้วย

6. Flexible Workflow Authentication Customization
F5 Visual Policy Editor เป็นระบบการสร้าง Workflow การยืนยันตัวตนของ F5 Networks โดยเป็นระบบที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่มองเห็นภาพรวม Policy การยืนยันตัวตนของแต่ละขั้นตอน และยังสามารถเพิ่ม Rules ของแต่ละผู้ใช้งาน จบและครบในหน้าเดียว นอกจากนี้ VPE มีความยืดหยุ่นในการสร้าง Policy ย่อย เพื่อตอบโจทย์การ Customize policy เฉพาะอีกด้วย

ผู้สนใจในผลิตภัณฑ์ของ F5 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด โทร. +66 2032 9999 อีเมล :
Inspur Azure Stack HCI Server for Windows Server 2019 cluster โซลูชันการสำรองข้อมูลบนคลาวด์ประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือสูงสุด

เป็นเซิร์ฟเวอร์ Inspur NF5280M5 ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานแบบ Virtualization และยังสามารถเลือกที่จะเชื่อมต่อกับบริการของ Microsoft Azure สำหรับโซลูชั่นการสำรองข้อมูลบนคลาวด์เพื่อการกู้คืนข้อมูล, Inspur Azure Stack HCI ช่วยให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือสูงสุด
Inspur NF5280M5 เซิร์ฟเวอร์ที่รองรับการทำงานบน Azure Stack HCI solutions โดยเฉพาะ ประกอบด้วยโปรเซสเซอร์ Intel®Xeon® Scalable เจนเนอเรชั่นใหม่ที่มีคอร์มากถึง 28Core และ 56Core ต่อ SocketCPU สามารถใช้งาน Memory ได้สูงสุด 24DIMM DDR4-2933 memory รองรับการใช้งาน Storage ได้หลากหลายรูปแบบ hot-swap NVMe, SSDs, SAS, SATA และการกำหนดค่าใช้งานแบบ full-flash ทำให้ได้ประสิทธิภาพ IOPS สูงสุดถึง 15 billion+IOPS อีกทั้งเซิร์ฟเวอร์นี้ยังรองรับการใช้งาน GPU เพื่อการใช้งานบนแอปพลิเคชันการเรียนรู้เชิงลึก

ข้อมูลเพิ่มเติม Inspur Server ติดต่อได้ที่ email :
บริษัทมีการใช้คุกกี้บนเว็ปไซต์ของบริษัทในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็ปไซต์และตรงตามความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้