เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Dell Precision สู่ตลาด Enterprise
Dell Technologies ได้ร่วมมือกับทาง VST ECS ในการทำ Campaign Workforce Transformation Unified Workspace Work From Home

โดยคัดเลือกผลิตภัณฑ์ Dell Precision ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยในยุคการทำงานแบบ Social Distancing ผสมผสานที่สมบูรณ์แบบสไตล์ที่โดดเด่นสำหรับการทำงาน Graphic ที่ใช้ระยะเวลาอันยาวนาน นวัตกรรมใหม่ล่าสุดด้านการควบคุมอุณหภูมิความร้อนในการทำงานของกราฟิกและเทคโนโลยีซีพียูที่ทรงพลังมาไว้ในอุปกรณ์ที่มีความบางของตัวเครื่อง เพื่อรองรับการใช้งานที่หนักหน่วงและมีประสิทธิภาพรวมถึงราคาที่จับต้องได้

สำหรับ Model หลักของ Dell Precision แบ่งรุ่นออกจาก Form Factor ได้แก่ Precision Mobile Workstations ที่เป็น Notebook/Laptop ที่แบ่งรุ่นตามขนาดหน้าจอ และ Precision Fixed Workstation ที่เป็น Tower และ Rack Mount Workstations สำหรับใช้งานภายในองค์กรด้วยราคาที่ประหยัดกว่าต่อเข้ากับจอความละเอียดสูงของ Dell

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : Dell Precision Workstation Family
สอบถามรายละเอียดได้ที่วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) อีเมล :
Kaspersky เตือนผู้ใช้ iOS ให้อัปเดตเป็นเวอร์ชั่น 14.4 ด่วน เพื่อปิดช่องโหว่ซีโร่เดย์

เมื่อวันที่ 26 มกราคม Apple เปิดตัวการอัปเดตความปลอดภัยเพื่อปิดช่องโหว่ซีโร่เดย์ (zero-day) 3 รายการ ได้แก่ CVE-2021–1780 CVE-2021–1781 และ CVE–2021–1782 เนื่องจาก Apple เชื่อว่ามีอาชญากรไซเบอร์กำลังใช้งานช่องโหว่ดังกล่าว จึงแนะนำให้ผู้ใช้ iOS และ iPadOS อัปเดตระบบปฏิบัติการของตน
จากข้อมูลที่มีในตอนนี้ คาดว่าผู้ก่อภัยคุกคามอาจใช้ช่องโหว่ทั้งสามรายการเป็นเอ็กซ์พลอยต์ เชน (exploit chain) ในการหาประโยชน์ ทั้งนี้ Apple ได้ชะลอการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมด้วยยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวน และเพื่อการปกป้องผู้ใช้งาน
ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้ขอแนะนำให้ดำเนินการอัปเดตโดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัย โดยใน เว็บไซต์ของ Apple ระบุว่าการอัปเดตมีให้สำหรับ iPhone 6 และรุ่นใหม่กว่า, iPad Air 2 และรุ่นใหม่กว่า, iPad mini 4 และรุ่นใหม่กว่า และ iPod touch รุ่นที่ 7
วิคเตอร์ เชบีเชฟ นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัย ของ แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการทำให้ iPhone หรือ iPad ติดมัลแวร์ และการรูทอุปกรณ์เพื่อดักข้อมูลจากอุปกรณ์นั้นเป็นงานที่ยากมาก อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีวิธีการหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการติดมัลแวร์
นั่นคือการโจมตีแบบ Drive–By–Download เป้าหมายจะต้องไปที่หน้าเว็บที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ซึ่งมีเอ็กซ์พลอยต์ที่ใช้ช่องโหว่ในเบราว์เซอร์เพื่อเรียกใช้โค้ดของผู้โจมตี ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตราย เนื่องจากผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีค่าในเบราว์เซอร์ได้ในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม การโจมตีนี้พัฒนาต่อไปโดยการส่งเพย์โหลดซึ่งเป็นเอ็กซ์พลอยต์อีกตัวให้จัดการช่องโหว่ในโอเอสเคอร์เนล ที่อาจทำให้ผู้โจมตีเข้าถึงระบบได้ลึกขึ้นและเข้าถึงข้อมูลทั้งหมด รวมถึงการแชทในแอปข้อความ โซเชียลเน็ตเวิร์ก ข้อมูลตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ประวัติการโทร และอีเมลขององค์กร
สถานการณ์ดังกล่าวเป็นอันตรายอย่างยิ่ง และการอัปเดตความปลอดภัยสำหรับระบบปฏิบัติการ 14.4 มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้น
“เหตุผลที่การอัปเดตให้เร็วที่สุดเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะความเป็นไปได้ที่จะตกอยู่ในสถานการณ์ข้างต้นนั้นสูงมาก เนื่องจากผู้โจมตีมักจะวางกับดักไว้ที่แพลตฟอร์มเว็บยอดนิยมที่มีผู้ชมจำนวนมากสำหรับการโจมตีประเภทนี้ และโอกาสที่คุณหรือคนใกล้ชิดจะได้รับผลกระทบก็จะยิ่งเพิ่มสูงมากขึ้น” วิคเตอร์ กล่าว
ที่มา itday.in.th
แคสเปอร์สกี้คาดเทรนด์ความปลอดภัยไซเบอร์ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปี 2021

แคสเปอร์สกี้ ผู้นำด้านความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ ได้ทำการคาดการณ์เกี่ยวกับเทรนด์ความปลอดภัยไซเบอร์ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปี 2021 ไว้ว่า อาชญากรไซเบอร์ยังใช้ประโยชน์จากความกลัวที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 และใช้ภาคสาธารณสุขเป็นเหยื่อสำหรับการโจมตีต่างๆ ที่กำหนดเป้าหมายไปที่อุปกรณ์ทางการแพทย์ในประเทศที่เพิ่งเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ฐานข้อมูลของรัฐบาลที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ทดสอบ COVD-19 จำนวน 230,000 คน ในอินโดนีเซียถูกละเมิดในเดือนพฤษภาคม ในขณะเดียวกันในประเทศไทย โรงพยาบาลแห่งหนึ่งยืนยันว่ามีประวัติผู้ป่วยย้อนหลังไปสี่ปีได้รับผลกระทบจากการโจมตีในเดือนกันยายนที่ผ่านมา
เซียง เทียง โยว ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “เราจะไม่เห็นอะไรเปลี่ยนแปลงเร็วๆ นี้ คนในภูมิภาคนี้จะยังคงอยู่ในสังคมออนไลน์และจะมองหาวิธีการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประสิทธิผลอยู่เสมอ ในโลกธุรกิจ เราได้เห็นว่าภาคธุรกิจส่วนมากยังใช้วิธีการทำงานระยะไกลแม้ว่าการระบาดจะบรรเทาลง ตอนนี้จึงเป็นเวลาไตร่ตรองบทเรียนของปี 2020 และเราขอแนะนำให้บริษัทต่างๆ เริ่มสร้างกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยหากไม่มี หรือแนะนำให้แก้ไขแผนปัจจุบันที่มี อยู่เพื่อปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นการปกป้องพนักงานด้วย”
โดยนักวิจัยของแคสเปอร์สกี้ระบุประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองในปี 2021 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนี้
- การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digitalization)
ภายใต้วิถีใหม่ เซ็กเตอร์ส่วนใหญ่ในภูมิภาคได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ ในการแข่งขันเพื่อความอยู่รอด โรงเรียนกำลังเปลี่ยนไปใช้การเรียนรู้จากระยะไกล ธุรกิจ SMB ที่ไม่เคยมีตัวตนทางออนไลน์ได้เริ่มสร้างหน้าร้านออนไลน์ ร้านอาหารที่ไม่เคยให้บริการจัดส่งถึงบ้านก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจทั้งหมด
ในปี 2020 มีการใช้บริการและธุรกรรมการชำระเงินออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงจำนวนผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อทางออนไลน์ที่มากขึ้น เราได้เห็นการโจมตีแบบฟิชชิ่งที่เพิ่มขึ้นแล้วในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 และคาดว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในปี 2021
ในปี 2020 มีการหลอกล่อจำนวนมากโดยใช้เรื่อง COVID-19 และด้วยวัคซีนที่ใกล้จะพร้อมใช้งานมากขึ้น เราจึงอาจเห็นการหลอกล่อที่คล้ายคลึงกันที่รวมเอาเรื่องการฉีดวัคซีนมาใช้
ในทำนองเดียวกัน การรักษาความปลอดภัยโดยรวมจะเป็นประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งตลอดปี 2021 เนื่องจากผู้คนยังคงทำงานจากที่บ้านโดยเชื่อมต่อกับเครือข่ายขององค์กรผ่าน VPN
- การเลือกตั้ง
เมื่อเร็วๆ นี้ ทางมาเลเซียระบุว่าจะจัดการเลือกตั้งใหม่เมื่อเอาชนะการแพร่ระบาดได้แล้ว ซึ่งหากเป็นไปตามนั้นก็น่าจะประสบความสำเร็จในปี 2021 นอกจากนี้ เวียดนามยังวางแผนที่จะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2021 ขณะที่ฟิลิปปินส์มีกำหนดจัดการเลือกตั้งระดับชาติในปี 2022
ทั้งนี้ เป็นที่รู้กันว่า COVID-19 ผลักดันให้ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มใช้งานออนไลน์เป็นครั้งแรกทั่วทั้งภูมิภาค มีรายงานว่ามาเลเซียมีอัตราการเข้าถึงโซเชียลมีเดียสูงสุด รองลงมาคือสิงคโปร์และไทย มาเลเซียยังมีอัตราการเจาะตลาดสมาร์ทโฟนสูงเป็นอันดับสองรองจากสิงคโปร์
ในระยะสั้น อาจมีแคมเปญบิดเบือนข้อมูลเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งภูมิภาค นักวิจัยของแคสเปอร์สกี้เห็นว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะถูกนำมาใช้มากขึ้นโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการเลือกตั้งต่างๆ เนื่องจากแต่ละประเทศใกล้จะมีการเลือกตั้งในปี 2021 เป็นต้นไป
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการเลือกตั้งเหล่านี้อาจเป็นได้ทั้งบุคคลภายในและภายนอก ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากฐานผู้ใช้โซเชียลมีเดียและโมบายดีไวซ์ที่เพิ่มขึ้น แคมเปญดังกล่าวจึงมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อความคิดเห็นมากกว่าที่เคยเป็นมาก่อน
- การเปิดตัว 5G
ปี 2019 เราได้เห็นการเปิดตัวเครือข่าย 5G และในปี 2020 นักวิจัยของแคสเปอร์สกี้ได้เห็นการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้อย่างแพร่หลายในอุปกรณ์พกพาโดยผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์อย่าง Apple อัปเดตกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดให้เข้ากันได้กับ 5G
ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็พยายามติดตามวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีนี้เช่นกัน ประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เร่งเรื่องนี้เป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการในการสนับสนุนโซลูชั่น เช่น การแพทย์ทางไกล หรือ Telemedicine เพื่อลดการติดต่อสัมผัสตามข้อจำกัดของโรค COVID-19 ซึ่งจะก้าวกระโดดในปี 2021 โดยมีประเทศอื่นๆ ในภูมิภาครีบดำเนินการตาม
5G ได้รับการออกแบบให้มีการเปลี่ยนฟังก์ชั่นการทำงานไปใช้ซอฟต์แวร์มากกว่าฮาร์ดแวร์ จึงเป็นการเปิดช่องทางให้เกิดการโจมตีได้ (จำนวนจุดเสี่ยงที่เป็นไปได้ในระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงได้) เนื่องจากซอฟต์แวร์โดยทั่วไปถือว่าสามารถเข้าถึงได้มากกว่าและค้นหาช่องโหว่ได้ง่ายกว่า เมื่อนักวิจัยเริ่มค้นหาข้อบกพร่องจากซอฟต์แวร์ ก็มักจะพบร่องรอยของผู้ก่อภัยคุกคามที่รอโจมตีหรือโจมตีไปแล้ว
- ภาคสาธารณสุข
สาขาการดูแลสุขภาพเป็นเป้าหมายของภัยคุกคามทางไซเบอร์ทั่วโลก ในการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้ได้คาดการณ์ว่าจะมีการโจมตีอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มขึ้นในประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในด้านการดูแลสุขภาพ ในปี 2020 ความสนใจในการวิจัยทางการแพทย์เพิ่มขึ้นในหมู่อาชญากรไซเบอร์ที่เชี่ยวชาญด้านการโจมตีแบบกำหนดเป้าหมาย โดยได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่มีความสำคัญต่อประชาคมโลก
มีการผลักดันสู่โซลูชั่นการตรวจสอบสุขภาพระยะไกลและการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพออนไลน์ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการติดต่อสัมผัส ซึ่งหมายความว่าข้อมูลผู้ป่วยทางออนไลน์จะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการโจมตีที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งภาคสาธรรณสุขอีกด้วย ตามที่นักวิจัยของแคสเปอร์สกี้กล่าวว่า แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงปี 2021 ในปีใหม่นี้อาจมีความพยายามในการโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่ภาคส่วนนี้มากขึ้น เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎระเบียบใหม่ๆ การรักษาใหม่ๆ และการเพิ่มจำนวนเหยื่อยังคงดึงดูดความสนใจของอาชญากรไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง
- แรนซัมแวร์
เมื่อเร็วๆ นี้แคสเปอร์สกี้ได้สังเกตเห็นการลดการโจมตีของแรนซัมแวร์ทั่วทั้งภูมิภาค อย่างไรก็ตาม แคสเปอร์สกี้ยังสังเกตเห็นว่าภัยคุกคามจากแรนซัมแวร์กลายเป็นภัยอันตรายซับซ้อนและมีเป้าหมายมากขึ้น จำนวนเงินที่ถูกเรียกร้องโดยกลุ่มแรนซัมแวร์ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในปี 2020 มีเหตุการณ์การเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับแรนซัมแวร์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในเยอรมนี ซึ่งผู้ป่วยต้องถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอื่นเนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์ แต่สุดท้ายก็เสียชีวิตก่อนที่จะไปถึงโรงพยาบาล
ในขณะที่จำนวนเงินค่าไถ่ที่เรียกร้องมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เราคาดว่าจะเห็นการโจมตีของแรนซัมแวร์ เพิ่มขึ้น เนื่องจากจำนวนองค์กรที่คาดว่าจะเป็นเป้าหมายที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค และนั่นทำให้แนวโน้มในปี 2021 กลับกัน
- ความปลอดภัยของคลาวด์
บริษัทจำนวนมากได้นำระบบคลาวด์มาใช้ในรูปแบบธุรกิจ เนื่องจากความสะดวกสบายและความสามารถในการปรับขนาด อีกทั้งยังเป็นพื้นที่การโจมตีที่ค่อนข้างใหม่ อาจมีการโจมตีละเมิดโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากขึ้นหากบริษัทต่างๆ ที่เพิ่งเริ่มใช้งานคลาวด์ทำผิดพลาด ไม่ปรับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยและวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม ซึ่งมักเป็นกรณีของผู้ใช้งานรายใหม่
- ระบบควบคุมอุตสาหกรรม (Industrial Control Systems – ICS)
ในปี 2020 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบแย่ที่สุดจากการโจมตี ICS อย่างไรก็ตาม รัฐบาลประเทศต่างๆ ก็สนใจในการควบคุมเหตุการณ์ดังกล่าวมากขึ้น
มาเลเซียได้ทุ่มเทเงิน 1.8 พันล้านริงกิต สำหรับยุทธศาสตร์ความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติปี 2020-2024 สำนักงานเข้ารหัสไซเบอร์แห่งชาติ (BSSN) ของอินโดนีเซียก็ได้ปรับปรุงกลยุทธ์ด้านความยืดหยุ่นทางไซเบอร์อย่างแข็งขัน โดยร่วมมือกับประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรเลีย ตั้งแต่ปี 2019 ในทำนองเดียวกัน ฟิลิปปินส์ได้ใช้กลยุทธ์ที่ร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อการป้องกันทางไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราอาจเห็นผลของการริเริ่มดังกล่าวเข้ามามีบทบาทในปี 2021
ที่มา มติชนออนไลน์
Huawei IdeaHub ไวท์บอร์ดอัจฉริยะสำหรับสมาร์ทออฟฟิศ
Huawei IdeaHub “ไวท์บอร์ดอัจฉริยะสำหรับสมาร์ทออฟฟิศ” มาพร้อมกับฟังก์ชันที่ตอบสนองต่อการเขียนอย่างลื่นไหล การบันทึกรายงานการประชุมและระบุชื่อผู้เข้าร่วมประชุมโดยอัตโนมัติ พร้อมระบบโฟกัสไปที่ผู้พูด และยังมีฟังก์ชัน Acoustic Baffle รวมถึงรองรับการประชุมผ่านระบบคลาวด์อัจฉริยะ พร้อมทั้งเอฟเฟกต์ภาพและเสียง โดยชิปการประมวลผล AI ที่ทรงพลัง และที่สำคัญกว่านั้น IdeaHub ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำงานร่วมกับ Huawei Cloud Meeting Service และ Huawei App Gallery ที่สามารถอัพเกรดได้อย่างต่อเนื่อง
การออกแบบหน้าจอสัมผัสด้วยเทคโนโลยี ELED ที่เรียบง่ายและสวยงาม เมื่อเทียบกับหน้าจอทั่วไปแล้วตัวเครื่องจะมีความหนาลดลงถึง 30% โดยปราศจากสกรูที่ลำตัวเครื่อง ไม่มีสายเคเบิลที่ยุ่งยาก มีแค่สายไฟเพียงเส้นเดียว มาพร้อมกับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ทำให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีขาตั้งที่ออกแบบมาเป็นพิเศษที่เรียกว่า “Ballet Leg” เพื่อสะดวกต่อการเคลื่อนย้าย
หน้าจอสัมผัสของ IdeaHub ที่ตอบสนองต่อการเขียนอย่างรวดเร็ว ให้ความแม่นยำในการสัมผัสที่ละเอียดถึง 1 มิลลิเมตร มีการตอบสนองต่อการเขียนเพียง 35 มิลลิวินาที ทำให้เขียนได้ราบรื่นยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถบันทึกเนื้อหาที่เขียนได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถแปลงเนื้อหาที่เขียนด้วยลายมือให้เป็นตัวพิมพ์ได้โดยอัตโนมัติ และรองรับการบันทึกเนื้อหาสำคัญของการประชุมด้วยระบบสแกนผ่านแอปพลิเคชัน
IdeaHub ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การประชุมที่ใส่ใจทุกรายละเอียด เช่น สามารถสแกนใบหน้าและระบุชื่อผู้ร่วมการประชุมได้ตลอดการประชุม นอกจากนี้ยังสามารถระบุและตรวจจับใบหน้าของผู้ที่กำลังพูดในระหว่างการประชุมแบบอัตโนมัติ กล้องจะโฟกัสไปที่ผู้พูดแม้ว่าผู้พูดจะอยู่ห่างหน้าจอมากกว่า 8 เมตรก็ตาม ยังมีฟังก์ชัน Acoustic Baffle ของ IdeaHub ที่สามารถป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกห้องประชุมได้ ทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ในด้านการทำงานแบบประสานงานหลายหน้าจอ (Multi-screen Collaboration) IdeaHub ไม่เพียงแต่สามารถแสดงผลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้เท่านั้น แต่ยังรองรับการควบคุมการทำงานผ่านหน้าจอได้ ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องทำงานสลับไปมาระหว่างคอมพิวเตอร์กับ IdeaHub แต่สามารถเรียบเรียงหรือทำเครื่องหมายบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ทันที และทำการบันทึกไว้บนตัวอุปกรณ์หรือบนคลาวด์ได้
คุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานจริงและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ หัวเว่ยได้อย่างเต็มที่
นอกจากประสิทธิภาพที่สูงแล้ว IdeaHub ยังเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่จะช่วยลดต้นทุนของสำนักงานได้อย่างมาก ด้วยหน้าจอที่บูรณาการฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายไว้ในหนึ่งเดียว คือรวมเอาโปรเจคเตอร์ ไวท์บอร์ด ไมโครโฟน ลำโพง อุปกรณ์วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการประชุม แท็บเล็ต และหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสไว้ด้วยกัน นอกจากจะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาการหาสถานที่จัดเก็บ การซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอุปกรณ์หลายๆ ชิ้นได้อีกด้วย
เนื่องจาก IdeaHub มีฟังก์ชันที่ตอบสนองต่อการเขียนที่รวดเร็วเพียง 35 มิลลิวินาที จึงสามารถทดแทนไวท์บอร์ดและปากกาเขียนไวท์บอร์ดได้ นอกจากนี้ยังสามารถเขียนพร้อมกันได้หลายคนซึ่งเหมาะสำหรับการประชุมแบบระดมความคิด ดังนั้น IdeaHub จึงตอบสนองทุกการใช้งานทั้งการสื่อสารระหว่างการทำงานและช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน
นอกจากนี้ คุณยังสามารถวางไว้ในพื้นที่พักผ่อนของพนักงานเพื่อใช้ในกิจกรรมนันทนาการ โดยสามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆได้เหมือนกับโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะช่วยเพิ่มระดับความสุขในการทำงานของพนักงานได้อย่างมาก และยังทำให้พนักงานทุ่มเทให้กับการทำงานมากขึ้นอีกด้วย
สนใจผลิตภัณฑ์ Huawei สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) อีเมล :
บริษัทมีการใช้คุกกี้บนเว็ปไซต์ของบริษัทในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็ปไซต์และตรงตามความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้