NGINX จะช่วยองค์กรของคุณได้อย่างไร ?

NGINX Application Platform เป็นชุดผลิตภัณฑ์จาก F5 Network ที่จะช่วยสนับสนุนให้แอพพลิเคชั่นขององค์กรมีประสิทธิภาพ มีความน่าเชื่อถือ สามารถ Scale และเพิ่มความปลอดภัยให้กับแอพพลิเคชั่นได้ดียิ่งขึ้น โดย NGINX Application Platform มี NGINX Plus สำหรับการทำ Load Balancing และ Application Delivery, NGINX App Protect (WAF) สำหรับการเพิ่มความปลอดภัยในระดับชั้นแอพพลิเคชั่นเลเยอร์ และ NGINX Unit ทำหน้าที่เป็น Dynamic Application Server และ NGINX Controller ที่ช่วยในการบริหารจัดการและตรวจสอบสถานะต่าง ๆ ทำให้ลูกค้าได้ข้อมูลที่ถูกต้องทันสมัย และมีประโยชน์สำหรับองค์กรของลูกค้าอีกด้วย

องค์ประกอบของNGINX ที่นำมาทำSolution แบ่งเป็น 4 Part ดังนี้
NGINX Plus เป็นซอฟต์แวร์ Load Balancer, Web Server และ Content cache ที่สนับสนุนในการยกระดับใช้งานในองค์กร (Enterprise‑grade product) โดยรวมความสามารถในการทำ Session Persistence, การตั้งค่าผ่าน API, การทำ Active health checks, การทำ High Availability (HA) และ NGINX Plus ยังนำไปสามารถใช้งานได้อย่างอิสระโดยไม่ถูกจำกัดด้วยโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure lock-in)

NGINX Controller ทำหน้าที่เป็น Control-plane ในการบริหารจัดการ NGINX Plus ที่เป็น Data-place และตรวจสอบสถานะต่างๆ ของ NGINX Plus มากกว่า 90 Metric อีกทั้ง NGINX Controller สามารถบริหารจัดการโซลูชั่นต่างๆ ได้เช่น Application Delivery, API Management และ Service Mesh ทั้งนี้ NGINX Controller ถูกพัฒนาในคอนเซปต์ Application Centric ซึ่งจะทำให้องค์กรสามารถบริหารจัดการแอพพลิเคชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

NGINX App Protect เป็นโซลูชั่นใหม่ที่จะมาช่วยเพิ่มความปลอดภัยในระดับชั้นแอพพลิเคชั่นเลเยอร์ (WAF) ให้กับแอพพลิเคชั่นที่เป็น Monolithic และ Microservices ได้ โดย NGINX App Protect จะใช้รูปแบบการป้องกันความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยในระดับชั้นแอพพลิเคชั่นเลเยอร์ (WAF) จาก F5 Network ซึ่งทำงานเป็นซอฟแวร์แบบ Native ที่ทำงานอยู่บน NGINX Plus

NGINX Unit เป็น Dynamic Application Server ที่รองรับการทำงานของภาษา Go, Node.js, Perl, PHP, Python และ Ruby โดย NGINX Unit ยังรองรับการทำงานหลายๆ ภาษาใน NGINX Unit เดียวกัน สามารถทำงานภาษาเดียวกันที่ต่างเวอร์ชั่นกันได้พร้อมกัน (PHP5 และ PHP7, Python 2.7 และ Python 3) NGINX Unit รองรับการสั่งทำงานผ่าน RESTful JSON API ทำให้สามารถเปลี่ยนการตั้งค่าต่างๆ ได้ โดยไม่มีผลกระทบกับแอพพลิเคชั่นที่ทำงานอยู่บน NGINX Unit (Zero-downtime deployment)
อ้างอิงเพิ่มเติม https://www.nginx.com/products/
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) อีเมล :
Inspur Server vSAN ReadyNode
สถาปัตยกรรมเซิร์ฟเวอร์ที่สร้างมาเพื่อการใช้งานร่วมกับ VMware vSAN โดยเฉพาะ สำหรับ vSAN 6.6 ขึ้นไป รองรับการทำงานแบบ All Flash เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล maximum IOPS performance และลดการเกิดเวลาแฝง impact latency รองรับการเขียนข้อมูลในปริมาณมากที่มีประสิทธิภาพสูงและการทำงานที่ต้องการความแม่นยำ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสิทธิภาพการจัดเก็บที่ดีที่สุดและคุณภาพการจัดเก็บที่สูงขึ้นจากที่เลือกการใช้งาน Server platform แบบ All Flash

- Inspur NF5280M5 vSAN ReadyNode ™บนพื้นฐานของ VMware vSAN * Intel®Select Solution เป็นเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel®Xeon® Scalable
พร้อมประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในขณะที่ให้พื้นฐานฮาร์ดแวร์ที่เสถียรและมีประสิทธิภาพ โดย Inspur Server เลือกใช้ Intel®Optane ™ SSD DC P4800X เป็นแคชเลเยอร์ในสถาปัตยกรรม vSAN สำหรับการเขียนบัฟเฟอร์ทั้งหมด Intel®Optane ™ SSD DC P4800X เป็น SSD ที่มีทรูพุตสูงเวลาแฝงต่ำ ทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงและมีความทนทานเป็นพิเศษ

ข้อมูลเพิ่มเติม Inspur Server ติดต่อได้ที่ email :
F5 Networks : What Are Adaptive Applications?
การใช้งานแอปพลิเคชั่นในปัจจุบัน เราพบว่าแอปพลิเคชั่นมีการปรับตัวด้วยกระบวนการต่างๆ เพื่อให้เข้ากับแต่ละสภาพแวดล้อม ดังนี้
- ใช้ระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยในกระบวนการที่ซ้ำซ้อน เพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นในการใช้งาน
- สามารถขยายการใช้งานได้ตามประสิทธิภาพ
- สามารถป้องกันแอปพลิเคชันจากการโจมตี และรักษาความปลอดภัยจากช่องโหว่ต่างๆ
- ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้แอปพลิเคชันมีความฉลาดมากขึ้น มีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก สามารถทำการซ่อมแซมตนเองได้ และสามารถพัฒนาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
วิสัยทัศน์ของ F5 Networks มุ่งเน้นให้แอปพลิเคชันมีกระบวนการเรียนรู้ และสามารถดูแลตัวเองได้ เพื่อให้ผู้ใช้งานมีอิสระที่จะมุ่งความสนใจไปที่การนำเสนอ Digital Experiences ที่ดีให้กับลูกค้า

Why Adaptive Applications Matter
ความคาดหวังของทุกคนในองค์กร คือการมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ แต่การนำเสนอประสบการณ์เฉพาะบุคคลนั้น เป็นเรื่องที่ท้าทายด้วยเหตุผลหลายประการ
![]() |
Complex app portfolios
|
![]() |
Evolving security threats
|
![]() |
Lack of visibility
|
F5 Networks สามารถช่วยรักษาความปลอดภัยและมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดี โดยลดความซับซ้อนของการส่งมอบแอปพลิเคชันแบบทั่วไป รองรับการขยายการใช้งาน การรักษาความปลอดภัยในแต่ละแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะนำไปใช้งานที่ใด และช่วยเพิ่มมูลค่าของข้อมูลด้วยการวิเคราะห์และนำระบบอัตโนมัติมาใช้งาน
F5 Brings Adaptive Applications to Life
F5 Network ควบรวมโซลูชัน automation, security, performance และ insight เข้าด้วยกันกลายเป็น adaptive applications ทำให้ลูกค้าสามารถโฟกัสไปที่ธุรกิจหลักของตน ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการทำการตลาด การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
PERFORMANCE
Deliver Extraordinary Digital Experiences Every Time
มอบประสบการณ์ดิจิทัลที่แตกต่างและประสิทธิภาพสูงตามที่ ลูกค้าและผู้ใช้คาดหวัง ผ่านชุดปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ และพร้อมใช้งาน ร่วมทั้งการบริหารจัดการ API เพิ่มความไวใช้การใช้งาน การตรวจสอบ การทำโหลดบาลานซ์ การรักษาความปลอดภัย การโจมตีประเภท DDoS container ingress และการกู้คืนระบบ
SECURITY
Protect Against Bots and Human Fraudsters
ปกป้ององค์กรจากภัยการโจมตีในปัจจุบัน รวมทั้งภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ โดยโซลูชันความปลอดภัยแบบครบวงจร ซึ่งช่วยปกป้องแอปพลิเคชันที่สำคัญจากการโจมตีของบอท การฉ้อโกง (fraud) การเชื่อมต่อที่ไม่ได้รับอนุญาต DDOS การโจมตี DNS และการโจมตี API สามารถปฏิบัติตามนโยบายระหว่างแอปพลิเคชันทั้งหมดของคุณ ไม่ว่าแอปของคุณจะสร้างขึ้นอย่างไรหรือนำไปใช้งานที่ใด
AUTOMATION
Get Your Apps to Market Faster—and Safer
เพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วในการพัฒนาแอปพลิเคชัน ดำเนินการส่งมอบ และติดตั้งผ่านกระบวนการอัตโนมัติ และการบริหารจัดการ รวมถึงการใช้งานร่วมกับ CI/CD การจัดเตรียมและการกำหนดค่า configuration และการบริหารจัดการแบบมัลติคลาวด์
INSIGHT
Discover Insights from Application Data
ส่งมอบ customer experiences ที่ดีกว่าด้วยการเข้าถึงข้อมูลตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง (end-to-end visibility) ในกลุ่มของแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะนำแอปพลิเคชันไปใช้งานที่ใด ปรับปรุงประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา ควบคุมแต่ละแอปพลิเคชันด้วยข้อมูลเชิงลึก และใช้พลังของข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ

F5 Networks มีกลุ่มของโปรดักส์ที่สามารถตอบสนองการใช้งาน ดังนี้

จากที่กล่าวมาจะเห็นว่า F5 Networks เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาที่พบในเรื่องความซับซ้อนของโครงสร้าง ภัยคุกคามที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งช่วยตอบโจทย์ในเรื่องของประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ระบบอัตโนมัติ และการวิเคราะห์ข้อมูล ที่เป็นองค์ประกอบของ Adaptive application ทำให้ผู้ใช้งานได้รับ Digital Experiences ที่ดีและพึงพอใจในการเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) อีเมล :
Dell เผยผลิตภัณฑ์พีซี มอนิเตอร์ พร้อมซอฟต์แวร์ใหม่
Dell เผยผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมซอฟต์แวร์ ที่เปิดมุมมองใหม่ให้กับการทำงาน เพื่อช่วยให้ทุกคนทำงานได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยสายผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ฉลาด ให้ความสามารถในการประสานการทำงานร่วมกัน และให้ความยั่งยืน เดลล์กำลังเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานที่มอบความยืดหยุ่นมากขึ้นให้กับผู้คนที่ต้องทำงานจากทุกแห่งหน

ดีไซน์ที่ฉลาดล้ำเพื่อพลิกโฉมสถานที่ทำงาน
เพื่อให้ผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมโฮมออฟฟิศแบบใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อยิ่งขึ้น มีการขยายการออกแบบฟอร์มแฟคเตอร์ในแบบโมดูลาร์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศด้วยการซ่อนพีซีไว้ในขาตั้งมอนิเตอร์ ซึ่ง OptiPlex 3090 Ultra ใหม่นับได้ว่าเป็นโซลูชันที่คุ้มค่าใช้จ่ายสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและบรรดานักการศึกษา ที่เข้ามาเสริมทัพ OptiPlex 7090 Ultra ที่ชาญฉลาดซึ่งปัจจุบันสามารถรองรับการใช้ร่วมกับมอนิเตอร์ความละเอียด 4K ได้พร้อมกันถึง 4 ตัว
การเปิดตัวใหม่ทั้งหมดมาพร้อมกับ โปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นที่ 11 ล่าสุดของ Intelซึ่งเรียกใช้ Windows 10 OS
- OptiPlex 3090 Ultra: OptiPlex 3090 Ultra ค่อนข้างคล้ายกับรุ่น 7090 แม้ว่ารุ่นก่อนจะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจขนาดเล็กและนักการศึกษามากกว่า มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ Intel Core i11 รุ่นที่ 5 พร้อม DDR64 RAM สูงสุด 4GB และสูงสุด 1TB ของ M.2 2230 PCIe x4 NVMe Class 35 SSD นอกจากนี้ยังมีกราฟิก Intel Iris Xe ซึ่งมีพอร์ตที่คล้ายกัน พีซีมีราคาอยู่ที่ 769 เหรียญ
- OptiPlex 7090: Dell OptiPlex 7090 Ultra มีการออกแบบโมดูลาร์ออล - อิน - วันและใช้พลังงานจากโปรเซสเซอร์ Intel Core i11 รุ่นที่ 5 จับคู่กับแรม DDR64 สูงสุด 4GB พร้อมด้วย M.2 2 PCIe x2280 NVMe สูงสุด 4TB SSD คลาส 4 ผู้ใช้ยังมีตัวเลือกระหว่างตัวเลือก Intel UHD Graphics และ Intel Iris Xe Graphics สำหรับพอร์ต USB 3.2 Gen 2, USB 4, Thunderbolt 4.0, DisplayPort 1.4 และตัวเชื่อมต่อ RJ45 และอื่น ๆ มีให้พร้อมรองรับ Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.1 เช่นกัน มีราคาอยู่ที่ 769 เหรียญ
บริษัทมีการใช้คุกกี้บนเว็ปไซต์ของบริษัทในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็ปไซต์และตรงตามความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้